เซ็นเทลมั่นใจรายได้ยังโต แม้การเมืองยังยืดเยื้อ ปรับแผนรักษากระแสเงินสดให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย พึ่งพิงตลาดต่างประเทศมากขึ้น
นาย รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมของบริษัทในปีนี้อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.7 หมื่นล้านบาท 8-9 % หลังจากปัญหาการเมือง ส่งผลกระทบกับผลการดำเนินงานทำให้บริษัทต้องมีการปรับการดำเนินงานใหม่
“เดิมทีบริษัทตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงานไว้ค่อนข้างสูง แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด และ กำลังซื้อที่ปรับตัวลดลง ทำให้บริษัทต้องปรับลดเป้าหมายการดำเนินงานลง แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเชื่อว่า ทั้งรายได้และกำไรของปีนี้ จะยังสามารถเติบโตได้ เมื่อเทียบกับปีก่อน”
เขากล่าวว่า ปัญหาการเมืองปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี2556 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในโรงแรม 3 แห่งที่อยู่ในกทม.ได้รับผลกระทบอย่างมาก มีผู้ที่เข้าพักน้อยลง อย่างโรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ มีอัตราการเข้าพักเพียง 38-39 % แต่บริษัทได้รับแรงหนุนจากการดำเนินงานของโรงแรม 2 แห่งในหมู่เกาะมัลดีฟ เข้ามาสนับสนุน ส่งผลให้รายได้จากโรงแรมในต่างประเทศขึ้นมาอยู่ที่ 15 % ของรายได้ธุรกิจโรงแรม และทำให้อัตราการเข้าพักยังสามารถเติบโตได้อยู่ โดยไตรมาสที่ 4 มีอัตราการเข้าพักที่ 80.3 % ส่งผลให้ทั้งปี2556 อัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ 79.8 %
ส่วนแนวโน้มการเข้าพักของนักท่องเที่ยวในปีนี้มองว่าจะไม่เติบโต แต่เชื่อว่าจะสามารถรักษาอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 70 -80 % จากนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศยุโรปที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และนักท่องเที่ยวเอเชีย ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจอาหารนั้น กำลังซื้อยังคงชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แม้ยอดขายรวมยังสามารถเติบโตได้ 1.6 % แต่ยอดขายร้านค้าเดิมปรับตัวลดลง 1.6 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอาหาร 53 % ส่วนธุรกิจโรงแรม บริษัทมีสัดส่วนรายได้ ที่ 47%
อย่างไรก็ตามบริษัทมีความต้องการรักษากระแสเงินสด ให้มีเพียงพอกับการทำธุรกิจในอนาคต เพราะมองว่าธุรกิจเริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น วางแผนจะปรับสัดส่วนรายได้ของธุรกิจมากขึ้น หันไปพึ่งพิงรายได้ในเขตต่างจังหวัด และต่างประเทศมากขึ้น โดยในปี 2559 บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 8,731 ห้อง จากแผนการที่จะสร้างโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 แห่ง ซึ่งในปีนี้ บริษัทมีแผนจะก่อสร้างโรงแรม 2 แห่ง นอกจากนี้บริษัทยังมีความสนใจเข้าซื้อกิจการ ในธุรกิจโรงแรมในประเทศ 1 ราย และต่างประเทศ 3 ราย ตั้งเป้าหมายมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่างประเทศเป็น 20-25 % ในปี 2559
ส่วนธุรกิจอาหารนั้น บริษัทตั้งเป้าจะมีจำนวนสาขาในปี 2559 ทั้งสิ้น 920 สาขา แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพ 50 % และต่างจังหวัด 50 % โดยในปีนี้จะขยายสาขาเพิ่มขึ้น 66 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 743 สาขา นอกจากนี้ยังมีความสนใจขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง จะนำ 5 แบรนด์อาหารชั้นนำ ไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน ความคืบหน้าอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ ส่วนแผนการลงทุนในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุน 1,700 ล้านบาท จะมีการก่อสร้างโรงแรม 2 แห่ง มูลค่า 251 ล้านบาท และการขยายสาขาของธุรกิจร้านอาหาร
เขากล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของการตั้งกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์. หรือรีท (Real Estate Investment Trusts : REITs) จากเดิมที่บริษัทต้องการจะมีการจัดตั้งในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากปัญหาการเมืองที่ยังคงไม่สงบ ทั้งนี้บริษัทจะนำโรงแรมในต่างประเทศ จำนวน 5 แห่ง ขายเข้ากองทุน โดยมีมูลค่ากองทุนรวมทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถยื่นเข้าทำการขอจัดตั้งกองทุนได้ ในช่วงครึ่งปีหลัง









