แม้จะเปิดหีบอ้อยช้าในปีนี้ และเป็นช่วง Low Season แต่เราคาดกำไรสุทธิ 1Q14 (พ.ย. 13 - ธ.ค. 14) จะเติบโตดี 300% Q-Q และ 8.8% Y-Y
เพราะได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจไฟฟ้าและเอธานอลที่สดใสมาก และคาดกำไรจะดีต่อเนื่องใน 2Q14 - 3Q14 เพราะเป็นช่วง High Season ของการขายน้ำตาล ในขณะที่ราคาน้ำตาลปัจจุบันขยับขึ้นต่อเนื่อง +11% YTD จากปัจจัยหนุนประเด็นปริมาณผลผลิตน้ำตาลส่วนเกินของโลกปีนี้อาจต่ำกว่าคาด จากภาวะอากาศที่แล้งหนักในบราซิล
โดยราคาน้ำตาลที่ปรับขึ้นจะเป็นบวกต่อธุรกิจน้ำตาลในปีนี้เพียง 20% - 30% เฉพาะในส่วนที่ยังไม่ได้ล็อกล่วงหน้าไว้ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2014 จะเติบโตราว 23.7% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 15 บาท (อิง PE เดิม 12 เท่า) จากที่เราแนะนำซื้อในครั้งก่อน ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้ว 15% ทำให้มี Upside เหลือเพียง 7.9% แต่แนวโน้มกำไรและราคาน้ำตาลยังสดใสต่อเนื่อง จึงแนะนำซื้อเก็งกำไร
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q14 จะเติบโตดี
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q14 (พ.ย.13 - ม.ค.14) อยู่ที่ 408 ล้านบาท (+300% Q-Q, +8.8% Y-Y) แม้ยังเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจน้ำตาล เพราะเพิ่งเริ่มเปิดหีบอ้อย ทำให้ปริมาณขายน้ำตาลยังไม่สูงนัก เราคาดไว้ที่ 1.23 แสนตัน ทรงตัว Q-Q แต่ลดลง 21% Y-Y เพราะปีนี้เปิดหีบอ้อยในเดือน ธ.ค. ช้ากว่าปกติที่จะเปิดหีบในเดือน พ.ย. กอปรกับยังเป็นการขายน้ำตาลต้นทุนเก่าที่ Yield ไม่สดใสนัก แต่ธุรกิจน้ำตาลที่อ่อนแอถูกชดเชยจากธุรกิจไฟฟ้าที่ดีขึ้น และธุรกิจเอธานอลที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากราคาขายที่ขยับขึ้นราว 30% Y-Y มาอยู่ที่ 26 บาท/ลิตร ส่งผลให้เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้จะโดดเด่นอยู่ที่ 30.8% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.6% ใน 4Q13 และ 22.2% ใน 1Q13
ราคาน้ำตาลขยับขึ้นเป็นปัจจัยหนุนให้เก็งกำไร
ราคาน้ำตาลตลาดโลกล่าสุดอยู่ที่ราว 18 เซนต์ต่อปอนด์ ขยับขึ้นราว 11% นับตั้งแต่ต้นปี 2014 ที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยหนุนจากประเด็นอากาศที่ร้อนแล้งหนักสุดเป็นประวัติการณ์ของบราซิล (ผู้ปลูกอ้อยและส่งออกน้ำตาลมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก) โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนใต้ซึ่งเป็นแหล่งปลูกอ้อยขนาดใหญ่ และกระทบในช่วงเพาะปลูกพอดี
ดังนั้นตลาดจึงคาดปริมาณผลผลิตอ้อยของบราซิลในปีนี้ลดลงจากเดิม 7% หรือราว 40 ล้านตัน เป็น 570 ล้านตัน (หมายถึงปริมาณน้ำตาลจะหายไป 2 ล้านตัน กรณีอิง Yield น้ำตาล 100% และสัดส่วนใช้อ้อยผลิตน้ำตาล : เอธานอลของบราซิลที่ 50% : 50%) ข่าวดีคืออาจทำให้ปริมาณผลผลิตส่วนเกินต่ำกว่าที่เคยคาดไว้เดิมที่ 3 - 4 ล้านตัน อาจลดลงเหลือ 1 - 2 ล้านตัน หรือเข้าสู่ภาวะสมดุลก็เป็นได้ เรามองว่าแนวโน้มราคาน้ำตาลที่ขยับขึ้นในช่วงนี้ หลังจากอ่อนแอตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เป็นปัจจัยหนุนให้เก็งกำไรราคาหุ้นได้ ด้วยความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น KSL ที่สัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำตาล (Correlation 57%)
ราคาน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นเป็นบวกต่อธุรกิจน้ำตาลปีนี้เพียง 20% - 30%
ปัจจุบันอนท.ล็อกราคาขายส่งออกน้ำตาลล่วงหน้าปีนี้ไปแล้วราว 70% - 80% ของปริมาณส่งออกทั้งหมด ที่ระดับราคาเฉลี่ย 18 - 19 เซนต์ต่อปอนด์ ต่ำกว่าราคาขายเฉลี่ยปีก่อนที่ 21.4 เซนต์ต่อปอนด์ โดยเราคาด KSL จะล็อกในสัดส่วนและราคาขายที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นแนวโน้มราคาน้ำตาลที่น่าจะขยับขึ้นต่อเนื่อง จะเป็นบวกต่อธุรกิจน้ำตาลปีนี้ สำหรับส่วนที่ยังไม่ได้ล็อกล่วงหน้าอีกราว 20% - 30% และหากราคาน้ำตาลดีต่อเนื่องไปยังกลางปี 2014 จะเป็นบวกต่อธุรกิจน้ำตาลในปี 2015
แนวโน้มกำไรสุทธิจะดีต่อเนื่องใน 2Q14 - 3Q14
แม้คาดราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยปีนี้จะอ่อนตัวลงจากปีก่อน แต่เชื่อว่าจะถูกชดเชยจากปริมาณขายที่มากขึ้น โดยคาดปริมาณอ้อยเข้าหีบปี 2014 จะเพิ่มขึ้นราว 17% Y-Y เป็น 9 ล้านตัน จากกำลังการผลิตโรงงานที่จ.เลยเพิ่มขึ้น และ Yield น้ำตาลที่ดีขึ้น รวมถึงแนวโน้มธุรกิจไฟฟ้าและเอธานอลที่จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไรในปีนี้ โดยคาดเติบโตราว 23.7% Y-Y เป็น 2,054 ล้านบาท และคาดแนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่องใน 2Q14 - 3Q14 เพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ จากปริมาณขายน้ำตาลที่ค่อนข้างมากทั้งในและต่างประเทศ (ลาว,กัมพูชา) และคาดกำไรจะอ่อนตัวลงใน 4Q14 จากช่วง Low Season









