เลือกตั้งโมฆะ ? ยังไม่ใช่คำตอบ ลุ้นถอยตัวช่วงสั้นไม่ต่ำกว่า 1,340 จุดเพื่อดีดขึ้นอีกครั้ง
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ สถานการณ์ในตลาดหุ้นโลกเริ่มดีดกลับอีกครั้ง หลังจากที่เฟดประกาศผลการทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) พบว่า 29 จาก 30 ธนาคารใหญ่ของสหรัฐผ่านการทดสอบในกรณีเลวร้าย (Adverse Scenario) ขณะที่ปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามในวันนี้คือการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญประเด็นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ว่าโมฆะหรือไม่ (เวลาราว 11.30 น.) ซึ่งเราประเมินว่าไม่ว่าผลจะออกมาในทางใด ปัญหาจะยังไม่จบ และอาจมีแรงขายทำกำไรออกมากดดัน SET ได้ในระยะสั้น ขณะที่ประเด็นหลักจริงๆที่จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของ SET ในระยะต่อไป เรามองไปที่การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญประเด็นสถานะของรัฐบาลรักษาการที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้ หรืออย่างช้าไม่เกินต้นเดือนหน้ามากกว่า โดยที่เราให้น้ำหนักว่าสุดท้ายจะมีคำวินิจฉัยออกมาให้รัฐบาลสิ้นสภาพ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยในมุมมองของเรา ดังนั้นแม้ว่าระหว่างวันอาจมีแรงขายออกมาบ้างจากประเด็นของการเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ในวันนี้ แต่ตราบใดที่ SET ยังไม่ถอยตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,340 จุดอีกครั้ง เรายังคงประเมินว่ามีโอกาสที่ SET จะกลับมาแกว่งตัวในกรอบ 1,360-1,430 จุดอีกครั้งในช่วงที่เหลือของเดือนนี้
- อย่างไรก็ดีจากการที่ในภูมิภาคยังคงมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญรออยู่ จากการที่ญี่ปุ่นจะเริ่มขึ้นภาษีผู้บริโภคจาก 5% เป็น 8% ในวันที่ 1 เม.ย.2557 และเพิ่มเป็น 10% ใน ต.ค.58 ซึ่ง IMF คาดว่าจะกระทบ GDP ของญี่ปุ่น 2.5% ในปีนี้ และ 1% ปีหน้า ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์เรายังคงเน้นให้นักลงทุนเข้าซื้อในแดนลบเป็นหลักเท่านั้น และไม่แนะนำให้ไล่ราคาในช่วงที่ดัชนีดีดตัวขึ้น
- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,340 จุดได้ แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,340-1,360 จุด โดยมี 1,340 จุดเป็นจุด Cut Loss ในหุ้นกลุ่ม “S-T Trading” ได้แก่ LH, CPALL, JAS, STEC, BCP, TUF และ CHG โดยปรับเรา ITD, PTTGC, RS และ CPF ที่ปรับตัวลงมาจาก High มากกว่า 5% ออก ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART









