"หอการค้าไทย" เปิดผลสำรวจเศรษฐกิจ ติดหล่มการเมือง ระบุ 4เดือนชุมนุมพื้นที่กทม.สูญเม็ดเงินเฉียด 2แสนล้านบ. ท่องเที่ยว โรงแรม บริการอ่วม
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจจากสถานการณ์ทางการเมือง ในกลุ่มบริษัทสมาชิกส่วนกลาง สมาคมการค้า หอการค้าจังหวัด และหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย พบว่า ผู้ประกอบการภาคธุรกิจยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองและเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากที่สุดต่อภาคธุรกิจ
สามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม คือ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมาก ปานกลาง น้อย ไม่ได้รับผลกระทบ และได้รับผลกระทบทางอ้อม
กลุ่มธุรกิจได้รับผลกระทบมากได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว โดยมีการยกเลิกทัวร์ เป็นจำนวนมาก ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชีย ได้แก่ จีน ลดลง 50% ญี่ปุ่น 40% เกาหลี 30% รวมทั้งอินเดีย ไต้หวัน และเวียดนาม ส่งผลกระทบไปถึงธุรกิจโรงแรม ซึ่งมียอดจองห้องพักลดลงเฉลี่ย 25-30% รวมทั้งยังกระทบภาคบริการด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องอื่น ๆ เช่น สปา รถเช่า สินค้าที่ระลึก การจัดงานประชุมสัมมนาภายในประเทศ ฯลฯ
ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบปานกลาง ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ประกอบการขนาดกลางหรือย่อย ได้รับผลกระทบจากการชะลอการซื้อของผู้บริโภคและขอเลื่อนโอนกรรมสิทธิ์บ้านประมาณ 5-10% และธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ ที่ลดลงประมาณ 15%
ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้อยได้แก่ ธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ โดยเฉพาะในส่วนของเรือขนส่งน้ำมันเริ่มได้รับผลกระทบจากปริมาณเที่ยวบินที่ลดลง
ธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ธุรกิจเครื่องนุ่งห่ม เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เน้นการส่งออกเป็นหลักและมีคำสั่งซื้อล่วงหน้า ส่วนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ได้แก่ ภาคสินค้าเกษตรและอาหาร โดยข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และธุรกิจประมง ได้รับผลกระทบจากปัญหาการดำเนินนโยบายของรัฐ เช่น โครงการรับจำนำข้าว และปัญหาราคาสินค้าเกษตรลดลง
“ได้มีการประเมินว่าเม็ดเงินที่สูญเสียไปในช่วงที่มีชุมนุมประท้วงหลายพื้นที่ในกรุงเทพ ทำให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจหายไป เดือนละ 4-5 หมื่นล้านบาท จากการชุมนุมรวม 4 เดือน ทำให้หายไปมูลค่าเกือบถึง 2 แสนล้านบาท ยอดจองห้องพักโรงแรมในพื้นที่การชุมนุมลดลงมากกว่า 50%” นายอิสระ กล่าว
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยใน ปี 2557 นั้น หอการค้าไทยประเมินว่า หากสถานการณ์ทางการเมืองไม่รุนแรง และสามารถจบได้ภายใน 6 เดือน สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจจะสามารถเติบโตได้ประมาณ 2-3% แต่หากยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้คาดว่า เศรษฐกิจจะเติบโตต่ำกว่านี้แน่นอน และหากมีสถานการณ์รุนแรง ยาวนานมากกว่า 1 เดือน มองว่า GDPน่าจะอยู่ที่ 0% ถึง (-2) %
เนื่องจากการท่องเที่ยว มีแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเดิมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3% หรือประมาณ 27.5 ล้านคน แต่ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา 2557 ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียง 0.06%
ด้านส่งออกในปีนี้น่าจะขยายตัวอยู่ที่ 5% ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโลก ส่วนการลงทุนต้องรอการตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ หากล่าช้าออกไป ทำให้นักลงทุนต่างชาติที่เสนอโครงการค้างอยู่ อาจตัดสินใจย้ายฐานไปเพื่อนบ้านแทน
ด้านนายกลินท์ สารสิน กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้จัดทำแนวทางในการให้ความช่วยเหลือสมาชิก โดยเน้นการพึ่งพาในกลุ่มเอกชนกันเอง ในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลถาวร ผ่านการทบทวนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของหอการค้าไทย ประกอบด้วยการพัฒนาให้เป็น Value Chain ในกลุ่มธุรกิจเดียวกันในรูปแบบรายใหญ่ช่วยรายเล็ก









