"ยิ่งลักษณ์"สั่งผู้ว่าฯ,อุตสาหกรรม, เกษตรฯและพาณิชย์ จัดทำเกษตรโซนนิ่ง เตรียมมาตรการรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่จะออกสู่ตลาดล่วงหน้า
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางมายัง ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าว ปทุมธานี จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร การจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตรและสถานการณ์ภัยแล้ง โดยการประชุมครั้งนี้ได้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย อาทินายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)
นายกฯ กล่าวก่อนประชุมตอนหนึ่งว่า สำหรับสถานการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร ต้องมีการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอุปสงค์และอุปทานของสินค้าเกษตรที่จะออกสู่ตลาดในแต่ละจังหวัด เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยสินค้าที่ต้องให้ความสำคัญเร่งด่วนประกอบด้วย ข้าวนาปรัง ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน และผลไม้ จึงอยากมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยประสานกับผวจ.ทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรฯและ กระทรวงพาณิชย์จัดทำข้อมูลสินค้ารายจังหวัด รวมทั้งหารือถึงแนวทางบริหารจัดการสินค้าเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และข้อให้กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมมาตรการรองรับผลผลิตทางการเกษตร ที่จะออกสู่ตลาดล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และขอให้กระทรวงพาณิชย์นำรูปแบบการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรข้ามจังหวัดมา ใช้ ตลอดจนพิจารณาอุปสงค์ อุปทานและแนวทางแก้ปัญหาราคาตกต่ำเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนความก้าวหน้าจัดทำโซนนิ่งเกษตร ขอให้มีการจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตรโดยใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกัยศักยภาพและผลตอบแทนที่เหมาะสม รวมทั้งจะต้องมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบจากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร และเป็นการแก้ไขปัญหาราสินค้าเกษตรตกต่ำด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการขับเคลื่อนในพื้นที่อย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้หลายจังหวัดได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว ดังนั้นจึงขอให้ผวจ.ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์พิจารณาแนวคิดจัดทำเกษตรโซนนิ่ง โดยคำนึงถึงสภาวะแวดล้อม ภูมิอากาศ โรงงานแปรรูปในพื้นที่ ระบบโลจิสติกส์ และปลูกพืชให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด







