เคพีเอ็มจี มองเอ็มแอนด์เอเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวข้องการบริโภค-ยานยนต์-ค้าปลีก
นายธาม ไซ ชอย กรรมการผู้จัดการ เคพีเอ็มจี สิงคโปร์ และประธานกลุ่มภูมิภาค เคพีเอ็มจี ประจำเอเชีย แปซิฟิก ให้สัมภาษณ์หัวข้อการปฏิรูปวงการตรวจสอบบัญชีในยุโรปมีผลอย่างไรต่อวงการตรวจสอบบัญชีของไทยและเอเชีย โดยมองว่า นับจากเกิดวิกฤตการเงินเอเชียปี 2540 คุณภาพมาตรฐานการรายงานการตรวจสอบบัญชีในเอเชียถือว่าดี จนทำให้เอเชียเป็นจุดสนใจของทั่วโลก ซึ่งมาตรฐานการจัดทำตรวจสอบบัญชีมีส่วนช่วยให้บริษัทเอเชียยังอยู่รอด และรอดพ้นจากวิกฤตการเงินและวิกฤตเกิดกับตลาดเกิดใหม่หลายต่อหลายครั้งมาได้
“ช่วง 17 ปีที่ผ่านมา นับจากเกิดวิกฤตเอเชียปี 2540 และโลกก็เปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้เกิดภาวะแวดล้อมเป็นความท้าทายหลายอย่างที่ผู้คนในวงการตรวจสอบบัญชีต้องเผชิญต้องปรับปรุงพัฒนาให้เกิดข้อมูลกับรายงานการเงินมีคุณภาพมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงมากมายตลอด 30 ปีที่ผ่านมาในไทยและเอเชีย ส่งผลให้ทั้งโลกรวมถึงอียูต้องปรับตามด้วย เพราะเอเชียเป็นส่วนหนึ่งของโลกยังขยายตัวได้”
ต่อข้อสงสัยเรื่องแนวโน้มการควบรวมและซื้อกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) ทั่วโลกโดยเฉพาะเอเชียและไทย นายชอยมองว่าแนวโน้มเอ็มแอนด์เอจากนี้ไปเกิดมากขึ้น เพราะบริษัททั่วโลกรวมทั้งไทยหลายแห่งมีศักยภาพแข็งแกร่งมากขึ้น มากพอที่จะไปลงทุนในต่างประเทศ
สำหรับเศรษฐกิจไทยตอนนี้ เขาคิดว่าติดกลุ่มเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) นอกเหนือจากอินโดนีเซียที่มีประชากรมาก โดยไทยถือเป็นเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่อันดับสองในอาเซียน
ทั้งนี้เขาเห็นการเข้ามีส่วนร่วมในการทำธุรกรรมเอ็มแอนด์เอ เกิดขึ้นในเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะเศรษฐกิจบางประเทศอย่างไทยเท่านั้น เพราะไม่มีช่องว่างเรื่องภาษาอีกต่อไป เพราะการหาโอกาสทางธุรกิจเป็นภาษาเดียวกัน และไม่มีช่องว่างด้านภาษาหรือการสื่อสารอีกต่อไป
“คิดว่านักธุรกิจไทยพบโอกาสทำธุรกิจในสิงคโปร์ อาเซียน จีนและแคนาดา ลีโอกาสในที่ต่างๆ มากมาย ซึ่งเป็นเรื่องดี ช่วยเปิดพื้นที่กว้างให้นักธุรกิจหรือบริษัทไทย สามารถมีส่วนร่วมสนุกสนานไปกับการไขว่คว้าหาโอกาสทำธุรกิจทั่วโลกได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปกติธรรมดาเกิดขึ้นตอนนี้”
นายชอยคิดว่ามีโอกาสมากที่บริษัทตะวันตกเข้ามาร่วมทำธุรกิจกับบริษัทไทย เป็นการทำธุรกิจมองไปข้างหน้า นอกเหนือจากการมองหาฐานการผลิตที่มีต้นทุนต่ำและคุณภาพแรงงานสูง ซึ่งเกิดขึ้นในส่วนต่างๆ ของอาเซียนอย่างจีน มีการมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพสูงต้นทุนต่ำ แต่ทั้งหมดเพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดท้องถิ่นอาเซียน ซึ่งกลายเป็นตลาดที่มีประชากรชนชั้นกลางส่วนใหญ่จากทั้งหมดกว่า 600 ล้านคน ถือเป็นตลาดมีฐานลูกค้าใหญ่มาก
ดังนั้นบริษัทบางแห่งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงบริษัทญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เองก็เข้าใจถึงความสำคัญของเศรษฐกิจไทย และการเข้าถึงชนชั้นกลางในไทยกับอาเซียนเป็นส่วนหนึ่งของเอเชีย ว่าเป็นภูมิภาคมีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก จึงพยายามเข้าไปให้ถึงตลาดท้องถิ่นแต่ละประเทศให้ได้ ด้วยการทำเอ็มแอนด์เอกับบริษัทมีโครงสร้างดีขยายตัวตามเศรษฐกิจ
เขาประเมินด้วยแนวโน้มเอ็มแอนด์เอทั่วโลกโดยเฉพาะเอเชียรวมไทยนั้น จะเกิดในภาคธุรกิจเพื่อการบริโภคเอมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับตลาดมีผู้บริโภคชนชั้นกลางจำนวนมากมายที่อยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจยานยนต์ก็มีเอ็มแอนด์เอมากเช่นกัน รวมถึงกลุ่มธุรกิจเกี่ยวข้องกับห้างสรรพสินค้าและค้าปลีกด้วย
นายชอยยังให้ข้อมูลในฐานะเป็นตัวแทนบริษัท ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีชั้นนำระดับโลก ที่ได้ร่วมประชุมกับกลุ่มผู้ดูแลกฎระเบียบการเงินของสหภาพยุโรป หรือ อียู ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าบรรดาบริษัทตรวจสอบบัญชีได้เรียกร้องให้ผู้ดูแลกฎระเบียบการเงินของอียู จัดการกฎระเบียบการรายงานด้านการเงินใหม่ให้สอดคล้องกับการทำงานและบทบาทของผู้เล่นในอุตสาหกรรมตรวจสอบบัญชี
นายชอยอธิบายว่าคำถามกับปัญหาเกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับกฎหมายตรวจสอบบัญชีแต่ละประเทศและภูมิภาค อย่างสหรัฐหรือยุโรปหรือแม้แต่เอเชียนั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และตั้งแต่สหรัฐเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นหลายสิบปีก่อน ซึ่งเป็นปัญหาเนื่องจากการตกแต่งบัญชีของเอนรอนกับเวิลด์คอม หรือปัญหาภาคธนาคารยุโรปล้ม มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อสนองตอบและแก้ปัญหาก็แตกต่างกันไป
“อย่างเอเชียหลังเกิดวิกฤต การสนองตอบและแก้ปัญหาก็ไม่เหมือนกับที่สหรัฐและยุโรปดำเนินการ และการปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้เกิดการรายงานการเงินที่ถูกต้องเหมาะสม และความแตกต่างของแต่ละประเทศและภูมิภาค เป็นไปในแนวทางตอบสนองแตกต่างในภาวะตลาดทุนโลกเปลี่ยนแปลงไป”
แนะบริษัทไทยปรับตัวรอบด้าน
ทั้งนี้นายชอยแนะนำบริษัททั่วโลกรวมไทยว่า จากนี้ไปไม่ควรปรับตัวสนองตอบต่อกฎหมายและกฎระเบียบใหม่ๆเท่านั้น ควรสนองตอบปรับตามความต้องการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจบริษัททั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น
“สิ่งสำคัญคือบริษัทต้องมองให้ชัดเจนมากๆ ว่า อะไรคือสิ่งที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการ และจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ได้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง แต่สิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นบริษัทประเภทใดก็ตาม จำเป็นต้องทำรายงานการเงินให้ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวหมายถึงการสูญเสียความน่าเชื่อถือไปอีกหลายปี หรือผิดครั้งเดียวทุกคนจำไปได้อีกนานอาจกลายเป็นกรณีศึกษาได้”









