เลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.คนใหม่วุ่นหนัก กรรมการนับคะแนนฝั่ง"วิศิษฎ์" วอล์คเอาท์ หลังพบสวมสิทธิ์ลงคะแนน ลั่นเตรียมยื่นฟ้องศาลปค.คุ้มครองชั่วคราว
"สุพันธุ์" จ่อนั่งประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ หลังคะแนนชนะขาด "วิศิษฎ์" เผยพร้อมจับมือทำงานร่วมกัน เตรียมแก้กติกาเลือกตั้งใหม่หลังใช้มานานกว่า 30 ปี แย้มนโยบายหลักให้บริษัทใหญ่ร่วมดูแลบริษัทกลาง-เล็ก
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะได้ประธานคนใหม่ คือ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองประธาน ส.อ.ท. หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกรรมการส่วนใหญ่ โดยจะรับตำแหน่ง นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. คนปัจจุบันที่ครบวาระ
วานนี้ (17 มี.ค.) ส.อ.ท.จัดประชุมสามัญประจำปี 2557 และ การเลือกตั้งคณะกรรมการ ส.อ.ท. วาระปี 2557 - 2559 โดยการประชุมได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. จึงมีการเลือกคณะกรรมการเสร็จสิ้นและมีการแถลงผลการคัดเลือกกรรมการ
นายธานี พุฒิพันธุ์พฤทธิ์ กรรมการ บริหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า การเลือกตั้งสรรหาคณะกรรมการ ส.อ.ท.ในครั้งนี้ มีผู้มารับบัตรลงคะแนนเสียง 2,723 คน จากผู้มีสิทธิทั้งหมด 4,800 คน การเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. ครั้งนี้ จะเลือกตั้งจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะอนุกรรมการสรรหา 348 คน และการเสนอชื่อเพิ่มเติมจากการประชุมอีก 104 คน รวมทั้งสิ้น 452 คน เพื่อให้เหลือกรรมการ 232 คน
"ผลการเลือกตั้งจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้เห็นภาพค่อนข้างชัดเจนว่า ใครจะได้เป็นประธานส.อ.ท.ต่อไป จากนั้นกรรมการกลุ่มนี้จะไปรวมกับกลุ่มที่ได้รับการแต่งตั้งจากกลุ่มอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดอีก 116 คน ที่จะแต่งตั้งในอีก 2 สัปดาห์จากนี้ รวมเป็นกรรมการ ส.อ.ท.ทั้งสิ้น 348 คน จากนั้นจะไปทำหน้าเลือกประธาน ส.อ.ท.ในวันที่ 8 เม.ย. 2557"
ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุม และการลงคะแนนเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยสมาชิก ส.อ.ท.ทยอยมาลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00 น. และปิดหีบลงคะแนนเมื่อเวลา 14.30 น. ก่อนจะประกาศผล
นายนิลสุวรรณ ลีลารัศมี กรรมการ ส.อ.ท.ในฐานะประธานดำเนินการเลือกตั้ง กล่าวว่า บัตรคะแนนมีทั้งสิ้น 2,664 ใบ บัตรเสีย 19 ใบ จึงเหลือคะแนนจริง 2,645 ใบ
ผลคะแนนการเลือกตั้ง ปรากฏว่า ผู้สนับสนุนนายสุพันธุ์ได้คะแนน 231 คน ขาด 1 คน เพราะไม่มาลงคะแนน และคะแนนในส่วนของกรรมการ 116 คน เป็นฝ่ายนายสุพันธุ์ได้ 82 คน รวมประมาณ 313 คน จากทั้งหมด 348 คน
แต่ก่อนที่ผลคะแนนดังกล่าวจะประกาศออกมา นายสุพันธุ์ มงคลสุธี และ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ได้แถลงจับมือทำงานร่วมกัน โดยนายวิศิษฎ์ได้แสดงความยินดีกับชัยชนะของนายสุพันธุ์
"สุพันธุ์" มั่นใจได้รับเลือกประธาน ส.อ.ท.
สำหรับบรรยากาศการประชุมในปีนี้ถือว่าสมาชิก ส.อ.ท.ตื่นตัวกันอย่างมาก โดยนายสุพันธุ์ กล่าวก่อนการรู้ผลลงคะแนนว่า การเลือกตั้งบุคคลที่จะเป็นกรรมการไปเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.ครั้งนี้ ถือว่าสมาชิกตื่นตัวมาก เพราะทั้งฝ่ายสนับสนุนนายวิศิษฎ์ ซึ่งลงชิงประธาน ส.อ.ท.และฝ่ายที่สนับสนุนตน ซึ่งได้มาคุยกันมากขึ้น หากตนได้รับการเลือกตั้งเป็นประธาน สิ่งแรกที่จะทำ คือ เชิญนายวิศิษฎ์ มาหารือประสานการทำงานร่วมกัน
ปัจจุบัน นายสุพันธุ์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.เค.เอส.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
"นโยบายหลักต้องการให้บริษัทใหญ่ๆ ต้องไปดูแลบริษัทเล็กๆ โดยได้ทาบทามหลายบริษัทใหญ่ๆ แล้ว เพื่อให้จัดทีมมาดูแลสมาชิก ที่เป็นอุตสาหกรรมรายเล็กและสมาชิกอุตสาหกรรมจังหวัด โดยเดือนพ.ค. นี้ จะจัดประชุมประธานกลุ่มอุตสาหกรรมและประธานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อดำเนินงานพัฒนาอุตสาหกรรมในรูปแบบการรวมตัวเป็นคลัสเตอร์ต่อไป"
"วิศิษฎ์"เชื่อใครได้ประธานต้องทำงานร่วมกัน
ด้าน นายวิศิษฎ์ กล่าวเช่นเดียวกันว่าได้เจรจากับนายสุพันธุ์ ผู้ลงสมัครด้วยกันแล้วว่า หากจบการเลือกตั้งประธานไปแล้วทั้งสองฝ่ายจะกลับมาช่วยกันทำงานไม่ว่าใครจะได้เป็นประธาน ส.อ.ท. จะนำแนวคิดที่เป็นประโยชน์ของอีกฝ่ายหนึ่งมาใช้บริหารงานด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้นำรุ่นต่อๆ ไปยึดเป็นต้นแบบในการร่วมมือกันทำงานต่อไป
ส่วนนโยบายการทำงานยังคงยึดเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยให้กลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กในองค์กรเป็นอันดับแรก แต่ทั้งนี้ส.อ.ท.ต้องดูแลทั้งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีกว่า 80% ของสมาชิกทั้งหมด และดูแลผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะนี้ผู้ประกอบการมีปัญหากำลังการผลิตเกินความต้องการ เพราะกำลังซื้อในประเทศลดลง ดังนั้นนโยบายเร่งด่วนจะเริ่มสร้างตลาดการค้าชายแดนให้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน จะทำงานประสานกับภาครัฐเพื่อลดอุปสรรคการค้าและเพิ่มการส่งออกให้มากขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าจะได้รับการยอมรับจากสมาชิก ส.อ.ท.ให้เป็นประธาน ส.อ.ท. แต่ยังยืนยันว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลังการแข่งขันแล้วต้องไม่แตกแยก
"สุพันธุ์"เตรียมแก้ไขกติกาใหม่
อย่างไรก็ตาม หลังจากปิดหีบการลงคะแนน นายสุพันธุ์ ได้ออกมายืนยันว่าจากการประเมินจากสมาชิกที่มาเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. ทำให้มั่นใจว่าจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะว่ามีสมาชิก ส.อ.ท. เลือกกรรมการฝ่ายตนมากกว่าคู่แข่งกว่า 500 คะแนน
นายสุพันธุ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ดำรงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือการแก้ปัญหากฎกติกาการเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่แพ้ต้องหายไปจาก ส.อ.ท. โดยมีแนวคิดส่วนตัวมองว่าในระยะสั้นภายใน 2 ปี จะแก้ไขการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. โดยจะให้สภาอุตสาหกรรมจังหวัด เป็นผู้เลือกตัวแทนของตัวเอง 100 คน และกลุ่มอุตสาหกรรมเลือกตัวแทนของตัวเองอีก 100 คน เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้กรรมการในสัดส่วนที่เท่ากันและเป็นธรรม
ส่วนในระยะยาวจะแก้ไขให้เลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.โดยตรง ซึ่งจะมีความโปร่งใส เนื่องจากในปัจจุบันมีกระบวนการเลือกตั้งซับซ้อนต้องเลือกกรรมการก่อนแล้วจึงค่อยมาเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. ซึ่งเป็นกติกาที่ใช้มานานกว่า 30 ปี ไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน การแก้ไขจุดนี้จะต้องแก้ พ.ร.บ.การจัดตั้งส.อ.ท. ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องใช้เวลาในการแก้ไขที่นาน
กรรมการนับคะแนนโวยมีการสวมสิทธิ
แต่ ภายหลังนายสุพันธุ์ ออกมาประกาศชัยชนะ ได้มีผู้คัดค้านการเลือกตั้ง โดยนายเอกชัย ฐปนานนท์ คณะอนุกรรมการนับคะแนนเลือกตั้ง กรรมการ ส.อ.ท. กล่าวว่า จากการตรวจนับคะแนน พบว่า มีการสวมสิทธิเลือกตั้งแทนผู้ที่มีสิทธิแท้จริงจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ส.อ.ท. ทำให้สมาชิกที่ถูกต้องทั้ง 2 ราย ไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้ ดังนั้นในฐานะที่เป็นคณะอนุกรรมการรับคะแนนจึงเห็นว่า ควรจะยุติการนับคะแนน ระงับการเลือกตั้งครั้งนี้ออกไปก่อน เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้มาลงคะแนนให้ชัดเจนว่า มีการสวมสิทธิลงคะแนนเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ อาจจะมีการสวมสิทธิอีกหลายร้อยราย
“บริษัทที่ถูกสวมสิทธิในครั้งนี้ ได้แก่ บริษัท คราวด์ โซลูชั่นส์ โพรไวเดอร์ จำกัด และ บริษัท อี-อินดัสทรี เน็ตเวิร์ค จำกัด โดยผู้ที่มาสวมสิทธิถือได้ว่าเป็นผู้ใกล้ชิด และเป็นกรรมการบริษัทในเครือของนายสุพันธุ์” นายเอกชัย กล่าว
ฝั่ง"วิศิษฎ์"วอล์คเอาท์จ่อฟ้องศาล
นายวันชัย ขันสุวรรณ อนุกรรมการนับคะแนนเลือกตั้ง กล่าวว่า คณะอนุกรรมการนับคะแนนฝั่งของนายวิศิษฎ์ ทั้ง 5 คน ได้เดินออกจากห้องนับคะแนน (Walk-Out) ไม่เห็นด้วยกับประธานการเลือกตั้ง ส่วนคณะอนุกรรมการนับคะแนนฝั่งของนายสุพันธุ์ 5 คน และผู้ตรวจสอบบัญชี อีก 2 คน รวมเป็น 7 คน ยังยืนยันต้องการจะนับคะแนนต่อไปโดยไม่สนใจการคัดค้าน
โดยหลังจากนี้ไม่ว่าผลคะแนน หรือการรับรองสมาชิกจะเป็นเช่นไร ภายในสัปดาห์นี้ นายธีรวุฒิ ประกายสันติสุข ทนายความของนายวิศิษฎ์ จะเดินทางไปยื่นหลักฐานฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นโมฆะ และจะส่งผลให้นายสุพันธุ์ยั งไม่สามารถขึ้นเป็นประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ จนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้งรายบริษัทให้ชัดเจนทั้งหมดอีกครั้ง
ด้าน นายวิศิษฎ์ กล่าวภายหลังว่าปัญหาการร้องเรียนของสมาชิกฝ่ายตนว่าเป็นเรื่องคนละส่วน เพราะว่าเป็นการตรวจสอบของอนุกรรมการการนับคะแนน ส่วนตนไม่มีความเห็นและสามารถทำงานร่วมกับนายสุพันธุ์ได้









