หุ้นไทยภาคเช้าปิดร่วง 2.03 จุด อยู่ที่ 1,370.15 จุด แกว่งแคบไร้ปัจจัยใหม่หนุน คาดกรอบภาคบ่ายอยู่ที่ 1,360-1,380 จุด
บรรยากาศความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าวันนี้ เปิดตลาดดัชนีปรับขึ้นเล็กน้อย แตะระดับสูงสุดที่ 1,375.13 จุด ก่อนมีแรงขายฉุดดัชนีให้ปรับลดลงต่อเนื่อง แตะระดับต่ำสุดที่ 1,366.75 จุด และปิดการซื้อขายช่วงเช้าที่ระดับ 1,370.15 จุด ลดลง 2.03 จุด(-0.15%) มูลค่าการซื้อขาย 11,802.75 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบในกรอบแคบ คล้ายกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่มีการเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบเช่นกัน เนื่องจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศยังไม่มีความชัดเจน โดยตลาดฯยังเกาะติดสถานการณ์ยูเครน โดยรอดูปฏิกิริยาของทางชาติตะวันตกว่าจะเป็นอย่างไร หลังจากที่ได้มีการลงประชามติในไครเมียเสียงส่วนใหญ่ต้องการกลับไปอยู่กับรัสเซีย
ด้านปัจจัยในประเทศนักลงทุนก็กำลังรอปัจจัยบวกจากการยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขณะเดียวกันตลาดฯก็ยังเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)เนื่องจากในวันที่ 19 มี.ค.นี้ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดรับหรือไม่รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ว่าจะเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งเป็นแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น นักลงทุนจึงยังไม่วางใจมากนัก
อย่างไรก็ดี หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็แข็งแกร่งกว่าตลาดฯเล็กน้อย อย่างหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มการบิน แม้ว่าจะยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในประเทศอยู่
ส่วนแนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ คาดว่า ตลาดฯคงจะยังไม่ไปไหนไกล พร้อมให้แนวรับ 1,360 จุด แนวต้าน 1,375-1,380 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 826.49 ล้านบาท ปิดที่ 7.40 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
JAS มูลค่าการซื้อขาย 461.16 ล้านบาท ปิดที่ 8.40 บาท ลดลง 0.05 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 438.19 ล้านบาท ปิดที่ 178.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 392.53 ล้านบาท ปิดที่ 217.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
RML มูลค่าการซื้อขาย 346.65 ล้านบาท ปิดที่ 1.71 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท









