มูลค่าตลาดโฆษณาลดต่ำสุดในรอบ 27 เดือน
เม็ดเงินโฆษณาเดือน ก.พ. หดตัวหนักสุดในรอบ 2 ปี
ในเดือน ก.พ. เม็ดเงินโฆษณาลดลง 1% MoM เป็นการหดตัวจากเดือนก่อนหน้าติดต่อเป็นเดือนที่ 4 และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 8% มากที่สุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองทำให้ผู้บริโภคลดการจับจ่ายใช้สอยส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการใช้งบโฆษณาออกไปก่อน รวมถึงผลกระทบจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจด้วย โดยสื่อโทรทัศน์มีการหดตัวมากกว่าอุตสาหกรรมเป็นเดือนที่ 2 (ลดลง 9% YoY) ส่วนสื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารยังหดตัวหนักเช่นเดียวกัน (ลดลง 15-26% YoY) มีเพียงสื่อในโรงภาพยนตร์ สื่อกลางแจ้ง และ สื่ออินเตอร์เน็ต ที่เติบโตจากปีก่อน (เพิ่มขึ้น 1-62% YoY) รวมงวด 2M57 เม็ดเงินโฆษณารวมหดตัว 6% YoY
แต่ผู้ซื้อสื่อโฆษณา 10 อันดับแรกใช้งบโฆษณาเพิ่ม
ผู้ซื้อสื่อโฆษณาสูงสุด 10 อันดับแรก (คิดเป็นสัดส่วน 20-25% ของเม็ดเงินโฆษณาทั้งหมด) ใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้น 22% YoY ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์ สื่อสาร และเครื่องดื่ม ทั้งนี้กลุ่มยานยนต์ยังใช้งบโฆษณาสูงต่อเนื่อง ทำให้มีสินค้ารถยนต์ถึง 4 แบรนด์ติดอันดับ 10 แบรนด์สินค้าที่ใช้งบโฆษณาสูงสุดในเดือน ก.พ. ทำให้เราคาดว่าผู้ประกอบการสื่อโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง BEC และ VGI จะยังคงถูกเลือกใช้จากผู้ซื้อสื่อโฆษณา 10 รายใหญ่ ดังนั้นผลประกอบการจะได้รับผลกระทบจากการหดตัวของเม็ดเงินโฆษณาน้อยกว่าอุตสาหกรรม ส่วนผู้ประกอบการสื่อโฆษณารายอื่นๆ น่าจะได้รับผลกระทบมากจากการหดตัวของเม็ดเงินโฆษณา
รายได้ขายตั๋วภาพยนตร์รายสัปดาห์หดตัวจากปีก่อน
ภาพยนตร์ทำรายได้ Box Office ในเดือน ก.พ. สูงกว่า 50 ล้านบาท มีเพียง Robocop เพียงเรื่องเดียว แต่ มีภาพยนตร์ทำรายได้ Box Office 20 – 50 ล้านบาท จำนวน 4 เรื่อง (Time Line, Hercules, Popeii และ The Wolf of Wall Street) สูสีกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจาก Gross Box Office (รายได้ขายตั๋วชมภาพยนตร์รวมใน กทม.และปริมณฑล) รายสัปดาห์ พบว่าหดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 3 สัปดาห์จากทั้งหมด 4 สัปดาห์ และรวมงวด 2M57 Gross Box Office หดตัว 6 สัปดาห์จากทั้งหมด 8 สัปดาห์ ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการของ MAJOR ในงวด 1Q57 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรปกติ 144 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 301 ล้านบาท
เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “Underweight”
จากเม็ดเงินโฆษณาที่หดตัวลงและรายได้ขายตั๋วชมภาพยนตร์ต่ำกว่าปีก่อนทำให้เราคาดว่าผลประกอบการงวด 1Q57 กลุ่ม Media มีแนวโน้มหดตัวลง YoY ขณะที่รายที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยอย่าง BEC และ VGI ราคาหุ้นก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นสะท้อนแนวโน้มดังกล่าวจนสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินแล้ว เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำหุ้นกลุ่ม Media เป็น “Underweight” (จากเดิม “Neutral”) ทั้งนี้ เราเปลี่ยนคำแนะนำหุ้น VGI เป็น “ขาย” (จากเดิม “ถือ”) เนื่องจากราคาหุ้นถูกเก็งกำไรจากประเด็นการเข้าลงทุนในกิจการอื่นจนสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมิน 10.60 บาท และมีค่า P/E Ratio สูงถึงกว่า 35 เท่า สูงกว่า P/E Ratio กลุ่ม Media อยู่ที่ 24 เท่า เท่านั้น ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน เราจึงยังไม่สามารถประเมินมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในโครงการดังกล่าวได้






