วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลังงานรับมือแหล่งก๊าซเจดีเอหยุดซ่อม

กระทรวงพลังงาน หารือรับมือแหล่งผลิตก๊าซเจดีเอหยุดซ่อมบำรุงกลางปีนี้ เร่งวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ซ้ำ

นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมคณะทำงานติดตามการบริหารเชื้อเพลิง เพื่อหารือถึงการหยุดซ่อมแหล่งก๊าซ 2 แหล่งหลักปีนี้ ทั้งแหล่งบงกชในช่วงระหว่างวันที่ 10-27 เมษายน 2557 และแหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมระหว่างไทยและมาเลเซีย (เจดีเอ) ที่จะปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน-10 กรกฎาคม 2557 ทำให้โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ซึ่งอาศัยก๊าซฯ จากแหล่งดังกล่าวเป็นเชื้อเพลิงผลิตต้องหยุดเดินเครื่อง เพราะไม่สามารถใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทนได้ และทำให้ไฟฟ้าหายไปจากระบบถึง 700 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมีความเป็นห่วงสถานการณ์ โดยเฉพาะจากแหล่งเจดีเอ และไม่ต้องการให้เกิดกรณีไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดซ้ำกับปีที่แล้ว จึงได้ติดตามและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ โดยจากการหารือทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รายงานถึงมาตรการรองรับโดยปรับแผนตรวจสอบและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าภาคใต้ รวมถึงไม่ให้มีการหยุดบำรุงรักษาช่วงที่แหล่งเจดีเอปิดซ่อม อีกทั้งยังเตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้าภาคใต้ทุกเครื่อง อาทิ โรงไฟฟ้ากระบี่ได้ทดสอบให้เดินเครื่องเต็มกำลังผลิต 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 14 วัน เพื่อมาช่วยเสริมไฟฟ้าในระบบ ทดแทนโรงไฟฟ้าจะนะ

นอกจากนี้ กฟผ.ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ระบบส่ง และระบบป้องกันให้มีความพร้อมใช้งาน โดยจะดำเนินการเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2557 ขณะเดียวกันได้ประสานงานจัดเตรียมแผนย้ายโหลดหรือแผนดับไฟร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินอื่นๆ เพิ่มด้วย ส่วนการดึงไฟฟ้าจากภาคกลางลงมาเสริมนั้น กระทรวงพลังงานได้หารือกับ กฟผ.ให้ส่งไฟฟ้าจากภาคกลางในปริมาณรองรับมาตรฐานความมั่นคงด้านไฟฟ้า โดยไม่กระทบกับภาคกลาง คาดว่าจะมีการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางเข้าระบบส่งไฟฟ้าภาคใต้ ปริมาณ 700 เมกะวัตต์ ซึ่งโดยปกติภาคใต้ต้องรับไฟฟ้าจากภาคกลางอยู่แล้วประมาณ 500 เมกะวัตต์ หากมีความจำเป็นสามารถจัดส่งได้เพิ่ม โดยสามารถนำเข้าได้สูงสุดที่ 1,050 เมกะวัตต์

ด้านกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ บมจ.ปตท.เตรียมความพร้อมการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยติดตามความคืบหน้าการทำงานของผู้ผลิตแหล่งเจดีเอ รวมถึงวางแผนการทำงานของผลิตในอ่าวไทยแหล่งอื่นๆ และสหภาพเมียนมาร์ไม่ให้ตรงกับช่วงเวลาดังกล่าว อีกทั้งยังเตรียมปริมาณเชื้อเพลิงสำรอง เช่น น้ำมันเตา น้ำมันดีเซล เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของโรงไฟฟ้าในภาคใต้ด้วย