วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมค้าทองชี้ราคาพุ่งระยะสั้น

"จิตติ" ประเมินราคาทองคำแตะ 1,400 ดอลลาร์ หลังปัญหายูเครนยืดเยื้อ แนะลงทุนแค่ระยะสั้น เตรียมหารือทีเฟ็กซ์เดินหน้าตั้งศูนย์กลางค้าขายทองคำ

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า สมาคมเตรียมหารือกับบริษัทตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เกี่ยวกับแนวทางการควบคุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ ในวันนี้ (13 มี.ค.) เบื้องต้นสมาคมจะเสนอการจัดตั้งศูนย์กลางการซื้อขายทองคำของไทยขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายทองคำของไทยกับต่างประเทศ

"การประชุมครั้งนี้ สมาคมจะเสนอกับทีเฟ็กซ์ เพื่อจะจัดตั้งศูนย์กลางในการค้าขายทองคำของไทยขึ้น เพื่อที่เป็นศูนย์กลางในการค้าทองคำกับต่างประเทศ โดยให้สมาคมเป็นผู้บริหาร และให้ราชการเป็นผู้ที่ควบคุม ซึ่งสมาคมจะนำข้อเสนอนี้เข้าที่ประชุม ส่วนข้อเสนอของทีเฟ็กซ์ จะให้นักลงทุนรับทองคำเมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหมดอายุ มองว่าผลดังกล่าวอาจไม่คุ้มค่านัก"

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำ ในระยะสั้นมองว่า ราคาทองมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หลังจากราคาทองกลับตัวเป็นขาขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เพราะระยะสั้นสถานการณ์ศรษฐกิจโลก รวมไปถึงความขัดแย้งในรัสเซียกับยูเครน ทำให้มีการเก็งกำไรจากข่าวดังกล่าว

นอกจากนี้ความต้องการทองคำทั่วโลก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งในจีน และอินเดียที่มีแนวโน้มจะยกเลิกการเก็บภาษีการซื้อทองคำ ทำให้ทองคำกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่เชื่อว่าราคาทองปีนี้จะไม่ปรับตัวลงไปต่ำกว่า 1,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้นักลงทุนซื้อขายทองคำเป็นระยะสั้นเท่านั้น ไม่ควรลงทุนระยะยาว เพราะมีความเสี่ยงอยู่

นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำเดือนมีนาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยขึ้นมาอยู่ที่ 53.73 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.18 จุด หรือ 0.3 % สะท้อนมุมมองบวกต่อราคาทองคำว่ามีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะอันสั้น ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นระยะ 3 เดือนปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมาอยู่ที่ 59.72 จุด เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อน ที่ 15.11 จุด หรือ 33.48 %

"ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อราคาทองคำในระยะสั้น ว่ายังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอยู่ โดยจากการสำรวจนั้นพบว่า ผู้ค้าทองส่วนใหญ่มีมุมมองว่าราคาทองคำจะอยู่ในกรอบ 1,280-1400 ดอลลาร์ต่อออนซ์"

จากการสำรวจ พบว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคามีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นในเดือนมี.ค. มาจากค่าเงินบาท ที่มีความเสี่ยงและมีแนวโน้มที่จะมีความผันผวนสูงทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ รวมไปถึงความเสี่ยงในการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินหลังเศรษฐกิจในประเทศเริ่มมีชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 รวมไปถึงความเสี่ยงจากการชะลอมาตรการคิวอี ที่ยังมีโอกาสปรับวงเงินการทำมาตรการคิวอีลง รวมถึงประเด็นความเสี่ยงในยูเครน ที่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำ

แม้ราคาทองคำจะกลับตัวเป็นขาขึ้นได้ในระยะสั้น และมีลุ้นที่จะปรับตัวขึ้นไปทดสอบ 1,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่ยังไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มที่ว่าทองคำหมดยุคขาลง เพราะระยะยาว ยังคงมีปัจจัยความเสี่ยงเรื่องการปรับลดมาตรการคิวอีอยู่ และหากธนาคารกลางสหรัฐ ตัดสินใจที่จะหยุดคิวอีในปีนี้ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยจะกลับตัวเป็นขาขึ้น จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในอนาคตได้

ส่วนการปรับลดมาตรการดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการการเงิน (กนง.) แม้จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน เพราะการปรับลดดอกเบี้ยนั้น ต้องใช้ระยะเวลากว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ