วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พาณิชย์'ยันเดินหน้าเอฟทีเอตามกรอบ

"พาณิชย์"ยันไทยพร้อมเดินหน้านโยบายการค้าเสรี ระบุทุกพรรคการเมืองมุ่งหน้าทำงานด้านเศรษฐกิจผ่านเวทีเจรจาการค้าต่างๆ

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า แม้ไทยจะมีปัญหาทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ แต่การทำงานด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปตามกรอบการเจรจาที่ได้กำหนดไว้แล้ว เนื่องจากทุกพรรคการเมืองในประเทศไทยต่างมีแนวทางที่พร้อมจะมุ่งหน้าทำงานด้านเศรษฐกิจ และการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆ แม้ขณะนี้จะยังไม่มีรัฐบาลถาวรแต่ในส่วนภาคราชการยังสามารถทำงานได้ต่อเนื่องต่อไป เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน

กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำพิมพ์เขียวในการดำเนินการ (Blueprint) เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน( AEC) ประกอบด้วย 8 ยุทธศาสตร์ ผ่านการทำงานของหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาค (76 จังหวัด) และในต่างประเทศ (66 แห่งใน 44 ประเทศทุกภูมิภาคของโลก) รวมทั้งบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การขับเคลื่อนการเจรจาการค้าเสรีในเวทีต่างๆ โดยให้ความสำคัญสูงสุดคือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน (RCEP) ซึ่งประกอบด้วยประเทศต่างๆ 16 ประเทศ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันใหญ่กว่าข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) และข้อตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป(FTA ไทย-อียู) ซึ่งทั้งสองฉบับมีกำหนดให้ได้ข้อสรุปภายในปี 2558 โดยการเจรจาในขณะนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปภายใต้กรอบการเจรจาที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้านี้

ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาฐานองค์ความรู้เกี่ยวกับ AEC โดยกระทรวงพาณิชย์จะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Learning Center) ณ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ AEC อย่างครบวงจร ยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับการให้บริการของกระทรวงพาณิชย์แก่ภาคเอกชน เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าผ่านศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Business Support Centers) รวมทั้งสิ้น 87 ศูนย์ในกระทรวงพาณิชย์ส่วนกลาง สำนักงานพาณิชย์ทุกจังหวัด และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ในอาเซียนและจีนตอนใต้) และศูนย์แก้ไขปัญหาข้อพิพาททางการค้า (Trade Dispute Solution Center)ที่กระทรวงพาณิชย์

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของไทย ผ่านe-Commerce และการพัฒนาห่วงโซ่ด้านโลจิสติกส์การค้า เช่น คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ด่านศุลกากร และการปรับประสานกฎระเบียบในการขนส่งและพิธีการศุลกากร ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคและการค้าชายแดนรองรับ ผ่านการตั้งนครแห่งอาเซียน (AEC Cities) ให้แก่จังหวัดขอนแก่น เชียงราย และสงขลา

ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาและขยายเพิ่มสัดส่วนการตลาดของไทยใน AEC โดยกระตุ้นให้ภาคเอกชนให้ความสำคัญอย่างจริงจังแก่ตลาดอาเซียน ยุทธศาสตร์ที่ 7 การพัฒนากฎหมายด้านเศรษฐกิจการค้าให้ทันสมัย และสอดคล้องกับข้อผูกพันภายใต้ AEC โดยกระทรวงพาณิชย์มีกฎหมายภายใต้การกำกับดูแล จำนวน 31 ฉบับ และยุทธศาสตร์ที่ 8 การพัฒนาบุคลากรของกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในภาครัฐและภาคเอกชน

"ตอนนี้เราพอจะได้รู้แล้วว่าน่าจะมีรัฐบาลได้ในช่วง มิ.ย. ซึ่งหากล่าช้าออกไปมากกว่านี้อาจกระทบศักยภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น และได้มีการสร้างความเชื่อมั่นว่าแม้การเมืองจะมีปัญหาแต่การทำงานจะยังเดินหน้าต่อไปเพราะทุกพรรคการเมืองมีแนวทางชัดเจนว่าพร้อมส่งเสริมให้เศรษฐกิจประเทศเดินหน้าต่อไปได้" นางศรีรัตน์ กล่าว