ภูมิภาคกดดันสั้นๆ ระหว่างสัปดาห์ถอยไม่หลุด 1,325 จุด ยังมีลุ้นทดสอบ 1,360 จุดอีกครั้ง
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ การที่ความพยายามในการกลับไปปิดเหนือ 1,360 จุดของ SET ในช่วงปลายสัปดาห์ไม่เป็นผล ประกอบกับแรงกดดันในภูมิภาคที่เข้ามาจากการที่วานนี้จีนประกาศตัวเลขส่งออกใน ก.พ.2557 ลดลง 18.1% YoY จากที่เพิ่มขึ้น 10.6% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ในเช้าวันนี้ญี่ปุ่นประกาศตัวเลข GDP Growth ใน 4Q56 ปรับปรุงครั้งที่ 2 ออกมาที่ +0.7% YoY ต่ำกว่าที่ประกาศครั้งแรกที่ +1.0% YoY จะเป็นปัจจัยกดดันให้ SET มีโอกาสพักตัวลงสั้นๆในวันนี้ อย่างไรการที่เราประเมินว่าแบงก์ชาติจะตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% มาอยู่ที่ 2.00% ในการประชุม กนง. วันพุธนี้ (12 มี.ค.2557) ประกอบกับการที่ล่าสุด CDS Spread อายุ 5 ปีของไทยปรับตัวลดลงถึง 22 bps ในสัปดาห์ที่ผ่านมามาอยู่ที่ 130 bps สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์การเมืองได้ผ่านจุดที่มีความเสี่ยงที่สุดไปแล้ว ทำให้มองว่าถ้าการถอยตัวลงช่วงสั้นไม่ต่ำกว่า 1,325 จุด SET ยังมีโอกาสเหวี่ยงตัวขึ้นในกรอบ 1,330-1,360 และ 1,360-1,430 จุดอีกครั้งในช่วงที่เหลือของ มี.ค.2556
- ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 ก.พ.-5 มี.ค.) สินทรัพย์ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากอัตราเงินเฟ้อ หรือกลุ่ม “Inflation Play” ไม่ว่าจะเป็น TIPS, High-Yield Bond และ Floating Rate Bond โลกต่างเป็นเป้าหมายการไหลเข้าของกระแสเงินทุน เช่นเดียวกับตลาดหุ้นโลกที่มีกระแสเงินทุนไหลเข้าอีก 7.5 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้แม้ว่าตลาดหุ้นเอเชียยังมีเงินทุนไหลออก 2.0 พันล้านดอลลาร์ แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือผลของการเกิดสัญญาณ “Contrarian Buy” ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีกระแสเงินทุนไหลเข้ามากที่สุดในกลุ่ม TIPs ที่ 170 ล้านดอลลาร์ เทียบกับอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ที่มีเงินทุนไหลเข้า 76 และ 14 ล้านดอลลาร์
- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,325 จุดได้ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,330-1,360 จุด โดยมี 1,325 จุดเป็นจุด Cut Loss ในหุ้น JAS, PTTEP, DTAC, MINT, BH, CPALL และ TTCL ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในหุ้น AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART ซึ่งตั้งแต่ 4 ก.พ.2557 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +14.3% เทียบกับ SET ที่ +5.7%









