วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สศค.หวั่นรายได้พลาดเป้า

สศค.หวั่นรายได้รัฐบาลปี 2557 พลาดเป้า หลังสถานการณ์การเมืองทำเศรษฐกิจชะลอกระทบการจัดเก็บรายได้ เตรียมปรับแผนรองรับ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ประเมินแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2557 ว่า สศค.จะติดตามและประเมินสภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก ยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยจากสมมติฐานการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2557 ที่กระทรวงการคลังใช้ในการจัดทำประมาณการรายได้ อยู่ที่ 4.0 - 5.0% แต่จากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบัน อาจส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงและส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้

อย่างไรก็ดี สศค. ได้จัดเตรียมแนวทางการบริหารจัดการการจัดเก็บรายได้ เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าวไว้แล้ว นอกจากนี้ เรามีความหวังว่า เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศคลี่คลายลง ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลัง (ปีปฏิทิน) ที่คาดว่าจะดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการส่งออกตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของภาครัฐและภาคเอกชน ก็จะส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ในครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2557

ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 (ตุลาคม 2556 - มกราคม 2557) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิจำนวน 6.55 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ กล่าวคือ สูงกว่าประมาณการ 1.5 พันล้านบาท หรือ 0.21% สาเหตุสำคัญที่รายได้รัฐบาลจัดเก็บได้ตามประมาณการ เนื่องจากการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจและรายได้นำส่งของส่วนราชการอื่นที่สูงกว่าประมาณการ 1.23 หมื่นล้านบาท และ 9.9 พันล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่ รายได้ภาษีของสามกรมจัดเก็บภาษี (กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร) จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.55 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 3.8%

เขากล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณาจากภาษีสำคัญที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจของประเทศ พบว่า การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคภายในประเทศและภาษีธุรกิจเฉพาะยังคงขยายตัวได้ดี กล่าวคือภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการบริโภคภายในประเทศจัดเก็บได้ 1.35 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 5.5 พันล้านบาท หรือ 4.2% สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 8.0% ภาษีธุรกิจเฉพาะจัดเก็บได้ 1.8 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.7 พันล้านบาท หรือ 11.5% สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 11.7%

อย่างไรก็ดี ภาษีที่จัดเก็บจากฐานการค้าระหว่างประเทศยังคงหดตัว เห็นได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการนำเข้าและอากรขาเข้าจัดเก็บได้ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน โดยภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการนำเข้าจัดเก็บได้ 1.1 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 4.6 พันล้านบาท หรือ 4.2% ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 6.6% ส่วนอากรขาเข้าจัดเก็บได้ 3.6 พันล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 7.3 พันล้านบาท หรือ 16.8% หรือ ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 9.9%

เขายังกล่าวถึงทิศทางการจัดทำงบประมาณแบบสมดุลภายในปีงบประมาณ 2560 ว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายในการจัดทำงบประมาณแบบสมดุลภายในปีงบประมาณ 2560 บนข้อสมมติฐานที่สำคัญ คือ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แท้จริงเท่ากับ 4.5%ต่อปี อัตราเงินเฟ้อ 3.0%ต่อปี สัดส่วนอัตราการขยายตัวของรายได้ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเท่ากับ 1.05

ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการตามแผนการลดการขาดดุลอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือได้ลดการขาดดุลจาก 4 แสนล้านบาทในปีงบประมาณ 2555 เหลือ 3 แสนล้านบาท และ 2.5 แสนล้านบาทในปีงบประมาณ 2556 และ 2557 ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบันที่ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง และมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในสมมติฐานดังกล่าว จึงอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการจัดทำงบประมาณเข้าสู่สมดุลในปีงบประมาณ 2560 ได้

นอกจากนี้ การจัดทำงบประมาณสมดุลฯ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกหลายปัจจัย ได้แก่ 1.แนวนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศว่า จะมีแนวนโยบายการคลังเป็นอย่างไร รวมทั้ง จะมีการกำหนดเป้าหมายในการบริหารงบประมาณให้เข้าสู่งบประมาณสมดุลเมื่อใด และ 2. ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ...ไม่สามารถมีผลบังคับใช้ได้ ก็อาจต้องนำโครงการบางส่วนมาบรรจุอยู่ใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ในกรณีดังกล่าว รัฐบาลก็ยังมีทางเลือกในการลงทุนต่าง ๆ เช่น อาจให้รัฐวิสาหกิจเจ้าของโครงการกู้เงินโดยกระทรวงการคลังค้ำประกันบางส่วน และการลงทุนผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน (PPPs) บางส่วน เป็นต้น