ตลาดรับกำไรกว่า 1.6 พันล้านบาท วอลุ่มพุ่งดันรายได้ค่าต๋งโต
ตลาดหลักทรัพย์ทำกำไรปี 2556 กว่า 1.6 พันล้าน เพิ่มขึ้น 21.6% อานิสงส์วอลุ่มการซื้อขายเพิ่มเป็น 5 หมื่นล้าน ดันรายได้แทบทุกส่วนเพิ่มขึ้น ยกเว้นรายได้จากเงินลงทุนลดลง 16% เหตุปรับพอร์ตลงทุน ลดการลงทุนในตราสารหนี้ หันเพิ่มการลงทุนในหุ้นเท่าตัว ด้าน 244 บริษัททำกำไรรวมเฉียด 6 แสนล้านบาท โบรกมองคาด ลดเป้าปีนี้ลงเหลือ 10%
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แจ้งว่า ผลการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ปี 2556 มีกำไรสุทธิ 1.66 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6% จากปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 4.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อนหน้า ส่วนสำคัญมาจากธุรกิจตราสารทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากธุรกิจบริการงานทะเบียน ธุรกิจบริการเทคโนโลยีก็เพิ่มขึ้นตาม
ทั้งนี้ในปี 2556 ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดที่ 1,298.71 จุด ลดลง 6.7% มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาเฉลี่ย (มาร์เก็ตแคป) 12.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 5.03 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.8% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจตราสารทุนอยู่ที่ 2.19 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.4% จากปีก่อนหน้า ส่วนสำคัญมาจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์และการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น ตามมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้น
ส่วนรายได้จากธุรกิจตราสารอนุพันธ์ 577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% ผลจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น ทั้งเซ็ท 50 อินเด็กซ์ ฟิวเจอร์ส( SET50 Index Futures) และซิงเกิล สต็อค ฟิวเจอร์ส (Single Stock Futures) ปริมาณการขายของโกลด์ ฟิวเจอร์ส (Gold Futures) ลดลง จากราคาทองคำในปี 2556 ที่เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ทำให้ความน่าสนใจลงทุนลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และระหว่างปียังได้ปรับลดค่าธรรมเนียมการซื้อขายลง 30% สำหรับโกลด์ฟิวเจอร์ และทั้งเซ็ท 50 อินเด็กซ์ ฟิวเจอร์ส
ขณะที่รายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีอยู่ที่ 701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินทอร์เน็ตของบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม รายได้จากธุรกิจบริการงานนายทะเบียน อยู่ที่ 836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6%
ปี 2556 ตลาดหลักทรัพย์ มีรายได้เงินลงทุนลดลงเหลือ 821 ล้านบาท ลดลง 161 ล้านบาท หรือ 16.3% จากปีก่อนหน้า ผลจากกำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง โดยในปี 2556 ตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับเพิ่มการลงทุนในตราสารทุนในช่วงครึ่งปีแรก
สิ้นปี 2556 ตลาดหลักทรัพย์มีพอร์ตการลงทุน 1.57 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1 % เป็นการลงทุนหลักทรัพย์เพื่อค้า 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากปีก่อน หลักทรัพย์เผื่อขาย 3.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.16% ตราสารหนี้ที่ถือจนครบกำหนด 9.2 พันล้านบาท ลดลง 13.7% จากปีก่อนหน้า สำหรับเงินกองทุนของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นปี 2556 มีเงินกองทุนรวม 2.06 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.16 พันล้านบาท หรือ 5.99%
"กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย แต่ปี 2556 ได้มีการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนหลักทรัพย์เพื่อค้าจากการนำเงินลงทุนไปให้กองทุนส่วนบุคคลบริหาร เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงในปีที่ผ่านมา"
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในปี 2556 ซึ่งได้รายงานตลาดหลักทรัพย์มาแล้ว 244 บริษัท มีรายได้รวม 9.33 ล้านล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5.9 แสนล้านบาท โดยทุกกลุ่มอุตสาหกรรมยังคงมีกำไร ยกเว้นกลุ่มเหล็กที่ยังขาดทุนอยู่ 2.7 พันล้านบาท
ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ว่า บจ.ส่วนใหญ่รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ลดลงเฉลี่ย 24% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2556 โตเพียง 8% จากเดิมคาดว่าจะโต 13% ทำให้นักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2557 ลงจากเดิมที่คาดว่าจะโต 15% เหลือเพียง 10%









