ซีพีออลล์ออกหุ้นกู้ 4 หมื่นล้านบาทรีไฟแนนซ์หนี้ระยะสั้น หวังลดต้นทุนช่วงดอกเบี้ยขาลง เล็งกู้แบงก์เพิ่มอีก 9 หมื่นล้าน
นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ ซึ่งทำธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ "เซเว่น อีเลฟเว่น"ในไทย กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะออกหุ้นกู้แบบไม่มีหลักประกัน ไม่ด้อยสิทธิ และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 3 ปี 5 ปี 7 ปีและ 10 ปี ให้กับนักลงทุนสถาบันและประชาชนทั่วไป เสนอขายระหว่างวันที่ 24-26 มี.ค.นี้ วงเงิน 40,000 ล้านบาทจากวงเงินรวม 90,000 ล้านบาท ผ่านสถาบันการเงิน 9 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปทดแทนเงินกู้ยืมเดิม
ด้านนายเกรียงไกร บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการเงินและการลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี ออลล์ กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ 40,000 ล้านบาทรอบนี้ เพิ่มเติมจากเมื่อเดือนตุลาคม 2556 ที่ออกไปแล้ว 5 0,000 ล้านบาท รวมแล้ว 90,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนเงินกู้เดิมที่ใช้สำหรับการซื้อหุ้นแม็คโครกว่า 180,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยวงเงินกู้เดิมจะเป็นหนี้ระยะสั้น ดังนั้นการออกหุ้นกู้ครั้งนี้จึงเป็นการปรับโครงสร้างหนี้จากระยะสั้นเป็นระยะยาวมากขึ้น
ส่วนหนี้ที่เหลืออีก 90,000 ล้านบาทยังเป็นหนี้ระยะสั้น แต่ภายในไตรมาส 2 บริษัทมีแผนรีไฟแนนซ์เงินกู้ที่เหลืออยู่ ด้วยการกู้สถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ เพื่อปรับอายุหนี้และลดต้นทุนการเงินให้เป็นหนี้ระยะยาว เพื่อช่วยลดต้นทุนการเงินและความเสี่ยงค่าเงิน โดยต้นทุนเงินกู้เดิมอยู่ที่ประมาณ 5% แต่ทั้งนี้คงต้องรอดูดอกเบี้ยที่ได้ก่อน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าหุ้นกู้รอบนี้จะได้รับดอกเบี้ยใกล้เคียงกับหุ้นกู้ที่ออกมาก่อนหน้านี้ 50,000 ล้านบาท
สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 10-15% โดยจะมาจากสาขาเดิมและมีแผนที่จะเปิดใหม่อีก 600 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาทสำหรับการเปิดใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองไม่กระทบยอดขาย 2 เดือนแรกมากนัก โดยยังขยายตัวได้อยู่เมื่อเทียบปีที่ผ่านมาเนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน
ด้านนายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู กรรมรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า แนวโน้มสินเชื่อรายใหญ่ในไตรมาสแรกคาดว่าจะทรงตัวหรือไม่เติบโต เนื่องจากความต้องการ สินเชื่อสำหรับให้โครงการขนาดใหญ่ให้กับลูกค้าขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศในปีนี้ยังมีไม่มากนัก และ ขณะที่ธุรกิจต่างชาติบางรายที่เคยมีแผนที่จะเข้ามาลงทุน ได้ย้ายการลงทุนไปที่อื่นในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย เนื่องจากความล่าช้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่หมดอายุไปก่อนหน้านี้และติดปัญหาการเมือง ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติต้องชะลอการตัดสินใจ
ส่วนการส่งออกในขณะนี้ ยังไม่ขยายตัวมากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการได้หันมามุ่งเน้นตลาดในประเทศจีนมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจโลกขณะนี้เปลี่ยนไป โดยเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปฟื้นตัวขึ้นแล้ว ดังนั้นผู้ประกอบการส่งออกต้องปรับตัวไปมุ่งเน้นตลาดดังกล่าวมากขึ้น
"ไทยยังเป็นเป้าหมายการลงทุนของต่างชาติ แต่นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่จะรอดูการเมือง ถ้ายังยืดเยื้อ หรือมีความรุนแรง อาจกระทบการตัดสินใจย้ายไปยังประเทศอื่น ๆ ในส่วนของธุรกิจไทยนั้นหากลูกค้าได้รับการอนุมัติสินเชื่อไปก่อนหน้านี้ก็ยังคงเบิกถอนเงินกู้เพื่อใช้ในโครงการต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการสินเชื่อหมุนเวียนจะกับแต่ละบริษัท แต่ส่วนใหญ่สินเชื่อหมุนเวียนจะใช้ในธุรกิจเอสเอ็มอีมากกว่ารายใหญ่ที่ยังพอมีสภาพคล่องอยู่"
ด้านนางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6 แสนล้านบาท ต่ำสุดในรอบห้าปี จากความต้องการสินเชื่อที่ลดลง ในภาคค้าปลีก รวมถึงสินเชื่อเช่าซื้อ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ยังคงคุมเข้มสินเชื่อหลังคุณภาพหนี้มีสัญญาณที่แย่ลง เห็นได้จากสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือ (special mention loan) นำโดยสินเชื่อเช่าซื้อและเอสเอ็มอี
"ก่อนหน้านี้ศูนย์วิจัยคาดว่าการขยายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จะเพิ่มขึ้น 6.5 - 9.5% แต่ถ้าปัญหาการเมืองทำให้จีดีพีลดลงมาอยู่ที่ 2.2-2.5% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3% ส่วนสินเชื่อจะขยายตัว 6% โดยสินเชื่อรายใหญ่เป็นความหวังของการขยายสินเชื่อในปีนี้ รวมถึงการส่งออก แต่ต้องยอมรับว่าลูกค้ารายใหญ่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่หลากหลายกว่าสินเชื่อ"
ทิสโก้ชี้สินเชื่อโต 10% ต่ำปีก่อน
ด้านนายชาตรี จันทรงาม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ปีนี้ทิสโก้ ตั้งเป้าสินเชื่อโต 10% ลดลงจากปีก่อนที่โต 17% เนื่องจากในปีนี้ได้รับรับผลกระทบจากปัญหาการเมือง จึงทำให้ยอดสินเชื่อด้านอุปโภคบริโภคมีการชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น ประเมินว่าหากการเมืองคลี่คลายดีขึ้นครึ่งปีแรก และตลาดจะฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ แม้สินเชื่อจะชะลอตัวลง แต่ยังเห็นการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจที่มีการลงทุนในระยะยาว ที่น่าจะผลักดันให้มีการเติบโตไปได้
"ในช่วง 1 เดือนแรกที่ผ่านมาสินเชื่อมีการชะลอตัวลง หลังจากที่ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง แต่สินเชื่อในด้านธุรกิจยังมีการเติบโตอยู่ แม้จะชะลอตัวลงบ้างก็ตาม"
บริษัทตั้งเป้าควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ปีนี้ไม่ให้เกินระดับ 1.7% เนื่องจาก ราคารถยนต์มือสองเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวตั้งแต่ในช่วงไตรมาส 4 /56 หลังจากที่ได้หมดโครงการรถคันแรกไปแล้วทำให้ตลาดรถยนต์มือสองเริ่มจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง
"หลังจากที่ได้มีนโยบายรถคันแรกออกมาทำให้ประชาชนหันไปบริโภครถยนต์ใหม่แทนรถยนต์มือสอง จึงทำให้รถยนต์มือสองเมื่อปีที่แล้วมีราคาลดลงไปกว่า 30% ทั้งนี้ พอร์ตสินเชื่อรถยนต์มือสองของบริษัทโดยปกติแล้วจะสามารถมีรายได้ที่ดี แต่หลังจากที่มีนโยบายรถยนต์คันแรกเข้ามาทำให้มีการเติบโตที่ลดลงไป"









