วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

QH - ซื้อ

กำไรปี 56 เติบโต 35% โดยคาดจะเติบโตราว 8% ในปี 57

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

-ปี 56 กำไรเพิ่มขึ้น 35% แม้ไม่มีกำไรพิเศษเช่นในปี 55 : ปี 56 มีกำไรสุทธิ 3,307 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 35% แม้ไม่มีรายการพิเศษที่เป็นการขายเซนเตอร์พ้อยท์ 3 โครงการเข้ากองทุนรวม QHHR จำนวน 1,044 ล้านบาทในปี 55 เนื่องจาก 1) รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 54% โดยมีรายได้จากการโอนคอนโดฯเพิ่มขึ้นถึง 96% ส่วนรายได้จากการโอนบ้านเพิ่มขึ้น 38% 2) อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 32.4% จาก 31% ในปี 55 3) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน(ใน HMPRO, QHPF , LHBANK, QHHR) เพิ่มขึ้น 18% 4)อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ขายลดลงเหลือ 17% จาก 20% ในปี 55 ด้านฐานะการเงินปรับดีขึ้นจากการชำระคืนหนี้ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงเหลือ 1.16 เท่าจาก 1.42 เท่าเมื่อปลายปี 55

-ปัจจัยการเมืองทำให้ผู้บริหารตั้งเป้าเติบโตยอดขายและรายได้ปี 57 จำกัดเพียง 5% : ปี 57 บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ 26 โครงการมูลค่ารวม 2.1 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ โดยเป็นคอนโดมิเนียม 6 โครงการในกรุงเทพฯ 1 โครงการที่เหลืออยู่ในต่างจังหวัด ได้แก่ หัวหิน ชะอำ ระยอง พัทยา เป็นต้น ใน 1Q57 จะเปิดใหม่ 3 โครงการ เป็นบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ โดยผู้บริหารตั้งเป้ายอดขาย presale 2.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% จากปี 56 ที่มียอดขาย 2 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ราว 1.8 หมื่นล้านบาท โดยมี ปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบให้บริษัทเปิดขายโครงการใหม่ต่ำกว่าแผนและการที่ลูกค้าเลื่อนการโอนโครงการ

-คาดกำไรปี 57 เติบโตต่อเนื่องอีกราว 8% : ฝ่ายวิจัยประมาณการรายได้จากการขายในปี 57 ราว 1.88 หมื่นล้านบาทเติบโตราว 2% ซึ่งปลายปี 56 มียอดขายรอโอน(backlog)ราว 9 พันล้านบาทแบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 8.5 พันล้านบาทและบ้านเดี่ยว 500 ล้านบาท ด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าที่ 32.4% (ผู้บริหารตั้งเป้าเพิ่ม 1-2%ต่อปี) และสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายรวมเท่ากับปีที่ผ่านมาที่ 17% ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 57 อยู่ที่ราว 3.6 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 8% ซึ่งยังมี upside ได้อีกหากมีการขายโครงการเซ็นเตอร์พ้อยท์ สีลม เข้ากองทุนรวมฯในช่วงครึ่งปีหลัง

-แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 3.9 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ QH ยังดีจากการสินค้าที่หลากหลายสำหรับลูกค้าทุกกลุ่มทั้งลูกค้าระดับบน กลาง และล่าง อีกทั้งยังมีสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากการถือหุ้น HMPRO(20%) และ LHBANK(22%) ที่มีผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตดี ในการประเมินราคาเหมาะสมของหุ้นฝ่ายวิจัยได้ปรับลด Prospect PER จากระดับ 14 เท่าเหลือ 10 เท่าเพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนด้านการเมืองทำให้ราคาเหมาะสมใหม่ลดลงจาก 4 บาทเหลือ 3.90 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ขณะที่บริษัทได้เปิดเผยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหุ้น (NAV) ณ ปลายปี 56 เท่ากับ 3.61 บาท จากที่ได้คาดการณ์ yield สำหรับปี 57 ราว 6.2% ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล 0.09 บาทต่อหุ้น Yield 3.2% กำหนดวันขึ้นเครื่องหมา XD 21 เม.ย. วันจ่าย 7 พ.ค.