ทำสถิติกำไรสูงสุดจากแรงหนุนของทีวีดิจิตอล
โอกาสใหม่ของธุรกิจอยู่ที่ทีวีดิจิตอล
การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการรับชมโทรทัศน์จากอนาล๊อกไปสู่ทีวีดิจิตอลของไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นใน 2Q57 จะเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ AJD ซึ่งเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า มีความโดดเด่นในด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ คุณภาพ ช่องทางจัดจำหน่ายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้สะดวกในการเข้าถึงผู้บริโภครวมถึงแบรนด์ของสินค้าที่เป็นที่รู้จัก ทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ทำให้เราคาดว่า AJD จะมีโอกาสจากธุรกิจใหม่ในการเพิ่มรายได้รวมให้เติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี ในช่วง 3 ปีนี้
กำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีนี้
แม้ว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวโดยเฉพาะผลกระทบจากการบริโภคที่ลดลงจะกระทบต่อยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งถือว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่เราคาดว่ายอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่มทีวีดิจิตอลที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ จะทำให้รายได้รวมของ AJC ในปีนี้เพิ่มขึ้นสูง 26% YoY สวนทางกับอุตสาหกรรมรวม แม้ว่าการแข่งขันจะทำให้ต้นทุนขายสูงขึ้นจากการรุกตลาด แต่การประหยัดต่อขนาดทำให้ค่าใช้จ่ายขายและบริหารยังไม่สูงมากนัก เราคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงาน และ กำไรสุทธิที่รักษาระดับที่ 7% และ 5% ในระยะยาว (ปี 2557-2561) ส่งผลให้ AJD ทำกำไรทะลุ 100 ล้านบาทเป็นครั้งแรกในปี 2557 แม้ว่าจะมีการเพิ่มทุนจากการขายหุ้น IPO แต่ EPS ยังเติบโตอีก 42% YoY
เสถียรภาพของผลประกอบการขึ้นอยู่กับการต่อยอดรายได้
เราประเมินว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนกำลังเข้าสู่จุดอิ่มตัวและจะมีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลงไปเรื่อยๆ แต่การเข้าสู่ทีวีดิจิตอลจะสร้างรายได้ชดเชยให้กับ AJD ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่จะเป็นเพียงแค่ช่วงปี 2557-2559 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสื่อโทรทัศน์จากอนาล็อกสู่ดิจิตอลที่ผู้บริโภคยังให้ความตื่นตัว แต่หลังจากอัตราการเข้าถึงของทีวีดิจิตอลทุกครัวเรือนตามเกณฑ์ของ กสทช.แล้วเราคาดว่ารายได้ของ AJD จะมีแนวโน้มที่ลดลง นอกเสียจาก AJD จะสามารถขยายตลาดไปในกลุ่มอาเซียนซึ่งอยู่ในแผนธุรกิจ แต่เรายังไม่ได้รวมในประมาณการอนาคต
ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 2.60 บาท
เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ AJD โดยใช้ P/E Multiple ที่ 15 เท่า เทียบเคียงจากค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค แม้ว่าจะเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดฯ แต่เราเชื่อว่าเป็นระดับที่สมเหตุผลเมื่อเทียบกับอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิของในช่วง 3 ปีข้างหน้า (ปี 2557 – 2559) เฉลี่ยที่ 5% ต่อปี การเข้ามาจดทะเบียนในตลาดฯทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นจากการชำระเงินกู้ยืมบางส่วนและเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายตัวของความต้องการสินค้าใหม่ได้









