วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดการเมืองจบครึ่งปีแรกดันดัชนีแตะ1,350จุด

บล.ทรีนีตี้ ประเมิน กรณีการเมืองจบครึ่งปีแรกดัชนีมีโอกาสแตะ 1,350 จุด เม็ดเงินไหลเข้า ชี้หากยืดเยื้อกนง.อาจหั่นดอกเบี้ยลง 0.25%

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า หากสถานการณ์ทางการเมืองจบภายในครึ่งปีแรก ดัชนีตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะอยู่ที่ 1,350 จุด ซึ่งจะกลับมาอยู่ระดับค่าเฉลี่ยของ MSCI World เพราะปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 12.1 เท่า ต่ำกว่า MSCI World P/E อยู่ที่ 15.1 เท่า ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินต่างประเทศไหลกลับเข้ามาในช่วงกลางปี 2557 โดยเฉพาะเม็ดเงินจากยุโรป และญี่ปุ่น

ทั้งนี้ จากการศึกษาของบริษัทพบว่าเมื่อนักลงทุนต่างประเทศมีการขายสุทธิออกไปแล้วหลังจากนั้น 1 ปีนักลงทุนต่างประเทศก็มีโอกาสกลับเข้ามาซื้อสุทธิถึง 80% ของที่ขายออกไป โดยคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียน (EPS) ปีนี้จะอยู่ที่ 107 บาทต่อหุ้น จากก่อนหน้าที่ผลสำรวจของนักวิเคราะห์กำไรของบจ. ปีนี้จะอยู่ที่ 115 บาทต่อหุ้น

แต่หากปัจจัยการเมืองยังไม่จบในครึ่งปีแรกดัชนีตลาดหุ้นไทยก็มีโอกาสปรับตัวลดลงต่ำสุด 1,250 จุด หลังจากตลาดหุ้นไทยมีการสะท้อนปัจจัยทางการเมืองและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะออกมาไม่ดีในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ไปแล้ว ประกอบกับดัชนีค่าประกันความเสี่ยง การผิดชำระหนี้ (CDS) ปัจจุบันก็มีการปรับตัวขึ้นมาสูงแล้วที่ 1.7% ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ทางการเมืองในปี 2553 ที่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองถึงขั้นเผาอาคารต่างๆ ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงน้อยกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดย CDS อยู่ที่ 1.50

สำหรับหุ้นที่ บล.ทรีนี้ตี้แนะนำในการลงทุน มี 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.หุ้นที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจโลก เช่น CPF TUF SVI HANA 2. กลุ่มเดินเรือ จะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก แนะนำ TTA PSL 3. กลุ่มค้าปลีก จากก่อนหน้านี้ที่นักลงทุนต่างประเทศมีการขายออกไปมาก ได้แก่ HMPRO GLOBAL 4. หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองมากเกินไป ได้แก่ INTUCH 5. หุ้นที่ราคามีการปรับตัวลดลงมาก เช่น BBL

อย่างไรก็ตาม หากปัจจัยการเมืองยังไม่จบก่อนที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในเดือนมี.ค. ก็คาดว่า กนง. จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% เพราะในช่วงการประชุมในรอบที่ผ่านมาที่กนง. ยังไม่มีการลดอัตราดอกเบี้ย เพราะต้องการรอดูสถานการณ์การเมืองว่าจะมีการยืดเยื้อแค่ไหน ประกอบกับมองว่าจากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจมาก ทำให้กนง.9hv'ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลดอัตราดอกเบี้ย คือ กลุ่มอสังหาฯ เช่าซื้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนระยะสั้นเท่านั้น