กำไรดีกว่าคาดเพราะได้ดอกเบี้ยรับช่วยหนุน
รายได้อื่นหนุนกำไรเติบโตภายใต้ปัจจัยภายนอกกดดัน
M รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q56 ดีกว่าคาด 20% อยู่ที่ 543 ล้านบาท เติบโต 3% QoQ และ 29% YoY เนื่องจากผลการดำเนินงานปกติได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองน้อยกว่าคาด กำไรจากการดำเนินงานลดลงเพียง 7% QoQ น้อยกว่าที่คาดว่าจะลดลง 18% QoQ นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้อื่นๆ เติบโตกว่า 83% QoQ และ 143% YoY เป็น 133 ล้านบาท (ปี 2556 บริษัทมีรายได้จากดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นเป็น 99 ล้านบาท จาก 5 ล้านบาทในปีก่อน จากเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนกว่า 9 พันล้านบาทที่ยังไม่ได้นำไปลงทุน)
ยอดขายอ่อนตัวลงเพียงเล็กน้อย ได้สาขาใหม่ช่วยเสริม
ยอดขายในงวด 4Q56 ลดลงเพียงเล็กน้อย 1% QoQ มาอยู่ที่ 3,479 ล้านบาท แม้ว่าจะถูกปัจจัยภายนอกกดดัน เนื่องจากในปี 2556 บริษัทมีการเปิดสาขาร้านอาหารใหม่ (เอ็มเค สุกี้, ยาโยอิ และร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ) เพิ่มขึ้นรวม 57 สาขา โดยเฉพาะงวด 4Q56 เปิดเพิ่มขึ้นถึง 27 สาขา รวมเป็น ณ สิ้นปี 2556 บริษัทมีร้านอาหารทั่วประเทศ 545 สาขา จึงทำให้สามารถช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากสาขาเดิมที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและการเมือง ในขณะที่บริษัทมีความสามารถในการบริการต้นทุนทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานยังทรงตัวได้อยู่ที่ 16% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน
จ่ายเงินปันผลน้อยกว่าคาดแต่ยังไห้ผลตอบแทน 3%
M ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 2556 ที่ 1.60 บาทต่อหุ้น (XD 6 พ.ค. จ่าย 21 พ.ค.) คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 70% ของกำไร ต่ำกว่าที่เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลได้ที่อัตรา 100% ของกำไรเนื่องจากมีเงินเพิ่มทุนกว่า 9 พันล้านบาทที่ยังไม่ได้นำไปลงทุนอาจเป็นเพราะบริษัทมีแผนการลงทุนในระยะเวลาอันใกล้นี้ ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการอัตราการจากเงินปันผลในปี 2557 - 2558 ของบริษัทลงเหลือ 70% จากเดิม 100% คิดเป็นเงินปันผล 1.71 และ 1.82 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
แม้ผลการดำเนินงานของ M มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2557 แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะฟื้นตัวได้เร็วเมื่อปัจจัยลบคลี่คลาย และระดับราคาหุ้น M ที่ยังทรงตัวใกล้เคียงกับราคาขาย IPO (49 บาท) ได้สะท้อนต่อปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้ว คิดเป็น PE Ratio อยู่ที่ 23 เท่า ต่ำกว่า PE กลุ่ม Food ที่อยู่ที่ 26 เท่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสเติบก้าวกระโดดจากกระแสเงินสดที่มีความพร้อมสำหรับการลงทุน เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 61.25 บาท (ประเมินโดยวิธี P/E Multiple ปี 2557 ที่ 25 เท่า)









