ส่งออกเดือนม.ค. ร่วง 1.98% พาณิชย์มั่นใจทั้งปีตามเป้า 5% สรท.ชี้การเมืองยังไม่กระทบระยะสั้น หวั่นฉุดเชื่อมั่นระยะกลาง-ยาว
นักวิเคราะห์เตือนสินค้าไทยเริ่มมีปัญหาขีดแข่งขัน ปรับตัวไม่ทันตลาดโลกฟื้นตัว หลังพาณิชย์เผยส่งออกเดือนม.ค. ติดลบ 1.98% แม้ว่ายังมั่นใจตามเป้าหมายทั้งปีโต 5% ด้านภาคเอกชนรับต่ำกว่าคาดการณ์ จากก่อนหน้านั้นประเมินเติบโตเป็นบวก
มูลค่าการส่งออกในเดือนม.ค. 2557 ติดลบ 1.98% ถือว่าต่ำกว่าภาคธุรกิจและหน่วยงานวิจัยหลายสำนักคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าภาคส่งออกของไทยจะขยายตัวได้ดี จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ซึ่งอาจทำให้มูลค่าการส่งออกทั้งปีต่ำกว่าเป้าหมายที่ระดับ 5% และอาจเป็นสัญญาณว่าภาคส่งออกของไทยกำลังมีปัญหาเรื่องขีดแข่งขัน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าในปีนี้ส่งออกจะโตระดับ 7.0% สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าจะขยายตัว 5-7% ขณะที่กระทรวงพาณิชย์คาดว่าจะขยายตัวได้ 5%
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกเดือนม.ค. 2557 มีมูลค่า 17,907 ล้านดอลลาร์ ลดลง 1.98% ส่วนนำเข้ามีมูลค่า 20,428 ล้านดอลลาร์ ลดลง 15.50% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 2,520 ล้านดอลลาร์
การส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ปรับตัวลดลง 0.2% ส่วนสินค้ากลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ลดลง 7.5%
นางศรีรัตน์ กล่าวถึงตลาดส่งออกในส่วนตลาดหลัก ขยายตัว 2.2% ตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ โดยสหภาพยุโรป ขยายตัว 4.6% สหรัฐ ขยายตัว 0.4% ส่วนญี่ปุ่น เริ่มขยายการนำเข้าสินค้าชั้นกลางจากไทย ทำให้การส่งออกในเดือนม.ค. นี้ขยายตัว 1.8% ตลาดศักยภาพสูง ลดลง 5% จากตลาดอาเซียนที่ลดลง 5% เช่นเดียวกับจีน ลดลง 0.8% อินเดีย ลดลง 11.6% และ ฮ่องกง ลดลง 14% ตลาดศักยภาพระดับรอง โดยรวมลดลง 6.5% ได้แก่ ออสเตรเลีย ลดลง 24.2% ละตินอเมริกา ลดลง 3.7% แคนาดา ลดลง 12%
อย่างไรก็ตาม มีตลาดที่มีแนวโน้มส่งออกดี ได้แก่ รัสเซีย ขยายตัว 7.7% ตะวันออกกลาง ขยายตัว 3.5%
“สาเหตุที่การส่งออกเดือนม.ค. ติดลบ ยังไม่น่ากังวลเพราะเป็นช่วงที่การส่งออกจะชะลอตัวเป็นปกติทุกปีอยู่แล้ว บวกกับเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่และคาดว่าในไตรมาสที่ 2 การส่งออกจะดีขึ้นตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ต้องการให้ปัญหาการเมืองภายในสามารถจบลงและมีรัฐบาลมาบริหารประเทศโดยเร็วโดยเร็วที่สุด เพราะแม้การเมืองจะยังไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกเดือนม.ค. ลดลง แต่ก็เป็นปัจจัยที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากการส่งออกเดือนม.ค. เป็นการส่งตามคำสั่งซื้อที่ได้มีไว้อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว” นางศรีรัตน์ กล่าว
แม้ว่าการส่งออกในเดือนม.ค. จะผิดการคาดการณ์ แต่กระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันเป้าหมายการส่งออกไว้ที่ 5% ซึ่งเป็นการมองภาพส่งออกในกรณีที่ดีที่สุด ตามทิศทางเศรษฐกิจโลก และยังไม่มีแผนจะปรับลดเป้าหมายการส่งออก
พาณิชย์ประเมินแย่สุดขยายตัว 3%
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ได้มีการประเมินสถานการณ์ส่งออกในกรณีดีที่สุดว่าจะขยายตัวที่ 5% และกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือขยายตัว 3% เท่านั้น แต่ไม่มีการประเมินว่าการส่งออกจะติดลบ ซึ่งปัจจัยบวกของการส่งออกที่สำคัญที่สุดคือ เศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัวดี และปัจจัยลบคือ ปัญหาการเมืองภายในที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นความสามารถการส่งสินค้าได้ตรงตามเวลา หากปัญหาการเมืองยืดเยื้อก็มีโอกาสที่การส่งออกจะเข้าสู่กรณีเลวร้ายที่ขยายตัวได้แค่ 3% ซึ่งต้องจับตาดูสถานการณ์ในไตรมาส 2 อีกครั้ง
ทั้งนี้ การส่งออกเดือนม.ค. ยังไม่ส่งสัญญาณเลวร้าย เพราะว่ามูลค่าการส่งออกที่ 1.79 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับเดือนม.ค. ของปี 2556 พบว่ามีมูลค่า 1.82 หมื่นล้านดอลลาร์ และเดือนม.ค. 2555 มูลค่า เพียง 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์
ชี้ส่งออกไทยปรับไม่ทันตลาด
นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สายบริหารความเสี่ยง สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกที่ติดลบ 1.98% นั้น ถือว่าไม่น่าแปลกใจ เพราะสินค้าการส่งออกของไทยไม่ตอบสนองกับความต้องการของตลาดโลกที่ฟื้นตัว ทำให้ไม่ได้รับอานิสงส์ของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะสั้น
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 นั้นการส่งออกของไทยอ่อนแอมาต่อเนื่อง มาถึงครึ่งปีแรกของปีนี้ แม้เศรษฐกิจโลกจะมีการฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง แต่ไทยไม่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวมากนัก เพราะไทยยังคงผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีไม่สูงนักอย่างการผลิตฮาร์ดดิสก์ แต่ความต้องการของตลาดโลกในปัจจุบันนั้นต้องการสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงกว่านี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การส่งออกของไทยเริ่มมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลในระยะยาวนั้น การหดตัวของการนำเข้าเป็นสิ่งที่น่าวิตก เพราะแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนไม่มั่นใจในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย จึงชะลอการนำเข้าและการลงทุน ทำให้ในอนาคตศักยภาพในการพัฒนาการผลิตเพื่อการส่งออก อาจชะลอตัวอย่างไรก็ตามภาพของการส่งออกในปีนี้น่าจะสามารถเติบโตได้ โดยกลุ่มสินค้าเกษตรจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้มีการเติบโตได้ดี แต่จะไม่เติบโตอย่างที่หลายคนคาดที่ 7-8% โดย ธนาคารซีไอเอ็มบี มองว่า การเติบโตของการส่งออกในปีนี้น่าจะต่ำกว่า 5% ซึ่งจะมีการสรุปประมาณการตัวเลขการส่งออกในวันที่ 27 ก.พ. นี้
สรท.ชี้ตลาดอาเซียนหดแรง
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกในเดือนม.ค. ลดลง โดยเฉพาะการหดตัวของตลาดอาเซียน ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากตัวเลขการค้าชายแดนที่ลดลง รวมถึงผลกระทบจากความเสี่ยงด้านตลาดการเงิน จากการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของสหรัฐ ทำให้คู่ค้าในเอเชีย และอาเซียน ระมัดระวังตัวในการนำเข้า
นอกจากนี้ คาดว่าเป็นผลกระทบจากการแข่งขันในการส่งออกไปอาเซียน จากจีน ซึ่งถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว และพยายามบุกตลาดอาเซียนอย่างหนัก
"อันนี้ค่อนข้างเป็นสัญญาณที่น่ากลัว เพราะก่อนหน้านี้ เรามองว่าอาเซียนจะโต แต่ถ้าอาเซียนไม่ดีจริง ที่เราคาดหวังการเติบโตของการส่งออกปีนี้ 5% ก็คงจะไม่ถึง เพราะเราหวังกับตลาดอาเซียนมากที่สุด" นายนพพร กล่าว
รับผิดคาดการณ์แนวโน้มเป็นบวก
นายนพพร ยอมรับว่า ตัวเลขการส่งออกในเดือนม.ค. ถือว่าผิดจากที่ สรท. คาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นบวก อย่างไรก็ตาม สรท.ยังมองในแง่ดีว่า การส่งออกตั้งแต่ไตรมาส 2/57 เป็นต้นไป จะเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้น และเงินบาทน่าจะกลับมาอ่อนค่า ซึ่งจะช่วยหนุนให้การเติบโตของส่งออกทั้งปีนี้ ยังมีโอกาสที่จะไปถึง 5% ได้
"ส่งออกเดือนม.ค. ผิดคาดมาก เพราะเรามองว่าน่าจะบวกได้ ต้องยอมรับว่า คาดผิดมากๆ แต่เรายังมองภาพดีอยู่ที่ 5%" นายนพพร กล่าว






