ยักษ์คอนซูมเมอร์ พยายามที่จะสร้างกำไรด้วยการลดต้นทุน และปรับโฉมแบรนด์ใหม่
บรรดานักลงทุนกำลังมีความอดทนกับบรรดาผู้ผลิตแบรนด์ระดับโลกอย่าง ช็อกโกแลตแคดบิวรี ซุปแคมป์เบลล์ และน้ำยาซักผ้าไทด์ น้อยลงเรื่อยๆ จากการที่ ผู้ผลิตสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคเหล่านี้ พยายามที่จะสร้างกำไรด้วยการลดต้นทุน และปรับโฉมแบรนด์ใหม่ ในช่วงเวลาที่บรรดาคู่แข่ง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า ยอมเสี่ยง และชิงส่วนแบ่งตลาดไปได้
แม้นักลงทุนจะให้ความสนในกับหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ ไล่ตั้งแต่ผู้ผลิตเชียริโอส และเป็ปซี่ ไปจนถึงผ้าอ้อมแพมเพิร์ส ในฐานะเครื่องมือป้องกันตัวเอง ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน แต่ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ ก็ยังต้องดิ้นรนอย่างหนัก เพื่อรับมือกับความต้องการที่ลดลงในอเมริกาเหนือ และยุโรป ตลาดเกิดใหม่ที่ชะลอตัวลง และอำนาจที่เพิ่มมากขึ้นของผู้บริโภคในยุคสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึง การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการค้นหาเพื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์
เมื่อปีที่แล้ว นักลงทุนพากันแห่เข้าไปหาหุ้นอาหารสำเร็จรูปประเภทบรรจุกล่อง โดยหวังที่จะได้ประโยชน์จากเงินปันผลที่เพิ่มสูงขึ้น และความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเข้าถือครองกิจการขึ้นอีก หลังการเข้าซื้อกิจการเอช.เจ.ไฮนซ์ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปรุงรสรายใหญ่ แต่หลังจากนั้น ก็พากันเทขายหุ้นกลุ่มนี้อย่างมาก ทำให้ภาคธุรกิจนี้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีผลประกอบการในตลาดหุ้นย่ำแย่สุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์เตือนว่า ราคาหุ้นกลุ่มนี้อาจดิ่งลงไปมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดัชนีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ 1200 มีผลตอบแทนโดยรวมที่ 117% ติดอันดับ 6 ใน 10 อันดับที่มีการวัดผล แต่ในช่วง 6 เดือนล่าสุด ผลตอบแทนของกลุ่มนี้ลดลง 0.55% ติดอยู่ใน 10 อันดับที่แย่สุด
บรรดาบริษัทใหญ่ๆ ในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึง เนสท์เล่ ยูนิลีเวอร์ และพร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ต่างพากันละทิ้งแบรนด์อาหารที่มีผลประกอบการต่ำ รวมถึง พาวเวอร์บาร์ ถั่วอบเนยสคิปปี และพริงเกิลส์ แต่สำหรับบริษัทรายอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่จะพยายามที่จะฟื้นตัวเองขึ้นมาใหม่ ผ่านการควบรวมกิจการ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงแต่อย่างใด
หัวหน้านักวิเคราะห์ผู้บริโภคโลก จากเอิร์นส์ แอนด์ ยัง "นายแอนดรูว์ คอสโกรฟ" แสดงความเห็นว่า แนวคิดหลักของบริษัทต่างๆ ในขณะนี้ คือ การหันกลับไปหาธุรกิจหลักของตัวเอง แต่คำถามอยู่ที่ว่า ธุรกิจหลักดังกล่าวยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า เพราะโลกเคลื่อนที่ไปไม่มีหยุด
ผู้ผลิตช็อกโกแลตแคดบิวรี และคุ๊กกี้ โอเรโอ "มอนเดอเลซ อินเตอร์เนชั่นแนล" ซึ่งมีผลตอบแทนจากการลงทุนย่ำแย่มาก นับแต่บริษัทแตกกิจการออกมาจากคราฟท์ ได้วางแผนที่จะเพิ่มส่วนต่างกำไร หลังจากที่มหาเศรษฐีนักลงทุน "นายเนลสัน เพลซ์" ได้เข้ามาเป็นกรรมการบริหาร และนักลงทุนรายใหม่
ส่วนพร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ผู้ผลิตไทด์ และแพมเพิร์ส วางแผนที่จะปรับโครงสร้างดำเนิน พร้อมปรับโฉมซัพพลายเชนในอเมริกาเหนือเสียใหม่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย









