ปิดไม่ต่ำกว่า 1,300 จุด ยัง Trading สั้นๆได้ แต่เน้น อ่อนตัวซื้อ-ดีดขึ้นขาย เพื่อล็อคกำไร
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ในระยะสั้น SET ยังคงถูกกดดันจากการชุมนุมทางการเมืองใน กทม. ที่ยกระดับมามีเป้าหมายเป็นภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และอาจขยายไปถึงพื้นที่เศรษฐกิจที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศ เช่น การไปสนามบินสุวรรณภูมิของม๊อบชาวนา อย่างไรก็ดีกรณีที่ SET ไม่หมุนตัวลงไปต่ำกว่า 1,300 จุดอีกครั้ง การ Trading ระยะสั้น (S-T Trading) สามารถทำได้ตามกรอบ 1,300-1,330 จุด แต่เราเน้นว่าต้องมีวินัยอย่างมากกับจุด Cut Loss บริเวณ 1,300 จุด เนื่องจากถ้า SET หมุนต่ำกว่า 1,300 จุดอีกครั้ง จะเป็นสัญญาณขายระยะสั้น และ SET จะลงไปสร้างฐานในกรอบ 1,280-1,260 จุดเร็วมาก ทั้งนี้ถ้าพิจารณาจากสถิติในช่วงที่กลุ่มพันธมิตรยึดสนามปิดดอนเมือง และสุวรรณภูมิ 24 พ.ย.-3 ธ.ค.2551 แม้ว่า SET ปรับตัวลงเพียงแค่ 1.2% ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่กลุ่มหลักทรัพย์ที่ปรับตัวลงมากที่สุดได้แก่ยานยนต์ (-14.6%), ธนาคาร (-8.2%), โรงพยาบาล (-6.6%) และโรงแรม (-6.5%) ส่วนกลุ่มหลักทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นสวนทางได้แก่พลังงาน (+6.3%), และค้าปลีก (+3.7%)
- ขณะที่เรามองการพักฐานของตลาดหุ้นโลกวานนี้ยังคงไม่ใช่การเปลี่ยนแนวโน้มในระยะกลาง สะท้อนออกมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐที่ขยับขึ้น โดยวานนี้ AAII เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมา (13-19 ก.พ.2557) พบว่าสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังเป็นขาขึ้นปรับตัวขึ้น 2.1% WoW สู่ระดับ 44.2% สวนทางกับสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐเป็นขาลงแล้วที่ลดลง 4.6% WoW สู่ระดับ 22.8% ส่งผลให้ล่าสุดสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังเป็นขาขึ้นมากกว่าสัดส่วนที่เชื่อว่าเป็นขาลงราว 19.4% สูงที่สุดในปี 2557
- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ปิดไม่ต่ำกว่า 1,300 จุด แนะนำ "อ่อนตัวซื้อ-ดีดขึ้นขาย” เพื่อ “Lock in Profits” ในกรอบ 1,300-1,330 จุด เน้นหุ้น JAS, INTUCH, DTAC, MINT, BH, GLOBAL และ TTCL ร่วมกับหุ้น PTTEP และ CPALL ที่มีสถิติดีมากในช่วงที่มีการปิดสนามปิดปี 2551 โดยมี 1,300 จุดเป็นจุด Cut Loss ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในหุ้นกลุ่ม “Value Investing” คือ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART









