วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงค็อก ชัตดาวน์ ธุรกิจถนนข้าวสาร ยอดหด

ผลพวง"แบงค็อก ชัตดาวน์" ธุรกิจถนนข้าวสาร..ยอดหด บุ๊คกิ้งลดเท่าตัวรายได้วูบ 70%

"ถนนข้าวสาร" แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สัญลักษณ์หนึ่งของมหานครกรุงเทพฯ ในสายตาชาวต่างชาติ ที่นี่มีผู้ประกอบการนับพันราย ดำเนินธุรกิจมายาวนาน ด้วยจุดแข็งการเป็นแหล่งรวมเกสต์เฮ้าส์ โรงแรมราคาประหยัด ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ท่ามกลางสุญญากาศการเมือง ซึ่งยังคงมีบรรยากาศประท้วงกระจายอยู่หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ คนทำธุรกิจในย่านนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง สง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร และผู้บริหารบัดดี้กรุ๊ป วิสุทธิ์ กิตติรวีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรนโบว์ กรุ๊ฟ จำกัด ร่วมพูดคุยใน "Business Talk" ตอน "ถนนข้าวสารในสุญญากาศการเมือง"

สง่า กล่าวว่า 3-4 เดือนแล้ว ตั้งแต่ปลายต.ค.ถึงปัจจุบัน สุขภาพธุรกิจถนนข้าวสารยังไม่กับถึงโคม่า แต่ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ เกือบจะโคม่าไปแล้ว ภาพรวมนักท่องเที่ยวมาข้าวสารเริ่มลดลง จริงๆ กระทบมาตั้งแต่ประเทศจีนที่ออกกฎหมายสกัดทัวร์ศูนย์เหรียญ ห้ามขายทัวร์ราคาถูก เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.2556 ตอนนั้นนักท่องเที่ยวหายไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังกระทบถนนข้าวสารไม่มาก เพราะมีตลาดจีนแค่ 10% ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่ข้าวสารเป็นชาวยุโรป และอเมริกา

หลังจากการประท้วงยาวนาน มีพ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นักท่องเที่ยวเริ่มหายไปเรื่อยๆ วัดการหายไปของนักท่องเที่ยวจากยอดจองล่วงหน้าเริ่มหายไป 5-10 วันค่อยมีบุ๊คกิ้งเข้ามาสักครั้ง จากปกติมียอดจองล่วงหน้า 2-3 เดือน ราว 20-30% แต่ปัจจุบันมีจองเข้ามาเพียง 5-10%

เอกชนลดใช้จ่ายประคองกิจการ

ตัวอย่างร้านอาหาร เคยมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย ซื้อแพ็คเกจจากพัทยามาเที่ยวกรุงเทพฯ และมารับประทานอาหารที่ร้านอาหารวันละ 200-300 คน ยกเลิกหมด บางวันเป็น 0 บางวันมาเพียง 40-50 คน

ช่วงชุมนุมแรกๆ ยังได้อยู่ มากระทบหนักตอนปิดสถานที่ราชการ กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ มาทำงานไม่ได้ ทุกอย่างหยุดหมด กำลังซื้อก็หายไปด้วย แต่ละกระทรวง ข้าราชการไม่น้อยเป็นลูกค้าถนนข้าวสารเช่นกัน กลุ่มนี้ก็หายไปด้วย ผู้ประกอบการเผชิญสถานการณ์ตั้งแต่เบาๆ จนหนักถึงขั้นประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยอดขายหายไป 50-70% แต่ละคนต้องใช้เทคนิคเอาตัวรอดต่างกันไป

ตัวอย่างกลุ่มบัดดี้กรุ๊ป ลดค่าใช้จ่าย ลดวงดนตรีเล่นสด แต่คงพนักงานไว้ ลดตามความจำเป็น ทำกรุ๊ปโรงแรมในเครือหลายแห่ง จัดให้พนักงานเป็นโมบาย ทำงานหมุนเวียนได้ และหากมีคนออกก็ไม่รับเพิ่ม พนักงานที่อยู่ต้องเป็นมัลติพัลจ็อบให้ได้

เดินหน้ากิจกรรมใหญ่สงกรานต์

บริษัทเตรียมงานสงกรานต์ ต้องรักษากิจกรรมไว้ ต้องจัดกิจกรรมสร้างให้นักท่องเที่ยวมีความสุข ไม่ต้องการให้รู้สึกแบบเรา กิจกรรมยังดำเนินการตามแพลนที่วางไว้ทุกอย่าง ทำอีเวนท์ต่างจังหวัด ไม่ยกเลิก

สงกรานต์ปี 2557 วางแผนไว้แล้ว ถนนข้าวสารจัดใหญ่ ไม่รอถึงสงกรานต์ ต้องกระตุ้นอารมณ์จับจ่ายทำธุรกิจให้ดีขึ้นให้ได้ เริ่มจัดคอนเสิร์ตกระตุ้นอารมณ์คนมาเรื่อยๆ แต่ละที่จะเริ่มประชาสัมพันธ์งานสงกรานต์แล้ว ปกติบุ๊กกิ้งสงกรานต์ ต้องเข้ามาตั้งแต่ก.พ. มี.ค.ต้องเห็น 70-80% แต่ปัจจุบันมี 10-20%

"เหตุการณ์ที่ผ่านมาเกิดเร็วจบเร็ว แต่ปัจจุบันเกิดยาวและมองไม่เห็นทางออก" สง่า กล่าว และว่าถ้าต้องยืดเยื้อไปอีก 6 เดือน รัฐบาลต้องช่วย หวังว่าคงไม่เกินมิ.ย.ให้จบ ตอนนี้ยังรับได้ เพราะจะได้ช่วงพีคปลายปี

ยอดขายธุรกิจวูบ 50-70%

วิสุทธิ์ กล่าวว่า ปกติช่วงนี้เป็นไฮซีซัน นักท่องเที่ยวจะเข้ามามากกว่านี้มาก ธุรกิจข้าวสารเป็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่าธุรกิจหายไป 50-70% ส่วนที่กระทบหนักเครื่องประดับเงิน ย่านนี้มี 100 ร้านค้า ทำส่งออกด้วยหายไปเลย 90% รับผลกระทบเต็มๆ เพราะมีแต่ลูกค้ากลุ่มเดิมๆ เนื่องจากขณะนี้ มี 45 ประเทศทั่วโลกที่ออกคำเตือนการเดินทางมากรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวก็ไม่เข้ากทม. ข้ามไปเที่ยวต่างจังหวัดอื่น การเดินทางเป็นปัญหา

เขาเผยว่า ธุรกิจแลกเงินที่ทำอยู่ 5 สาขาบนถนนข้าวสารยอดหายไปหลายเท่าตัว เช่น เคยมียอดแลกเปลี่ยน 1 แสนบาทต่อบูธ วันนี้เหลือ 2-3 หมื่น ยอดรายได้สปา 3 สาขา จากเคยได้ 300-400 ราย ทุกวันนี้รวมกันไม่ถึง 100 ราย ตัวเลขหายไป 70%

"เทียบแล้วตอนนี้ เหมือนเราเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย ผมในฐานะประธานสภาวัฒนธรรม เขตพระนคร ตอนนี้แพลนงานช่วงสงกรานต์ไม่มีในหัวเลย ถ้ายืดเยื้อถึงครึ่งปี เลวร้ายที่สุดถ้ารับไม่ไหว คงต้องปิดกิจการ หลบไปทำอะไรที่อื่นก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่" วิสุทธิ์ ย้ำ

และฝากถึงรัฐบาลว่าธุรกิจกระทบหนักขนาดนี้ ขอให้ภาครัฐดูแลช่วยลดภาษีให้ด้วย เช่น ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน เป็นมาตรการมาช่วยท่องเที่ยว ซึ่งเคยขอไปเมื่อปี 2553 ก็ไม่ได้ รอบนี้คงต้องร้องขออีก แต่ก็ยังไม่เห็นทางออก หรือรัฐบาลใหม่