ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย เล็งเริ่มตรวจสอบโรงงานเสื้อผ้าในบังกลาเทศ หลังเกิดเหตุโรงงานถล่มคร่าชีวิตคนงานไปพันกว่ารายเมื่อปีที่แล้ว
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและวิศวกรโครงสร้าง ที่ได้รับการว่าจ้างจากร้านค้าปลีกชั้นนำจากตะวันตกอย่างเอชแอนด์เอ็ม และเบเนตตอง จะเริ่มเข้าตรวจสอบโรงงานเสื้อผ้าในบังกลาเทศกว่า 1,500 แห่ง จากนั้นจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับปรุงความปลอดภัย โดยคาดว่าการดำเนินการครั้งนี้จะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้
บังกลาเทศเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และกลุ่มธุรกิจนี้ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญของเศรษฐกิจบังกลาเทศ แต่มีประวัติด้านความปลอดภัยที่ไม่ค่อยดีนัก เห็นได้จากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานทาร์ซีนเมื่อปี 2555 ทำให้คนงานเสียชีวิต 11 ราย ส่วนใหญ่เพราะไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ เนื่องจากไม่มีทางหนีไฟที่เหมาะสม
ในเวลาไม่ถึง 6 เดือนต่อมา มีผู้เสียชีวิต 1,135 รายเมื่ออาคารรานาพลาซาความสูง 9 ชั้นพังทลาย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าอาคารดังกล่าวซึ่งได้รับใบอนุญาตให้สร้างเพียง 4 ชั้น พังลงมาเพราะอุปกรณ์ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีการสำรวจอาคารอย่างเหมาะสม นอกจากนั้นยังมีการนำเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ไปตั้งไว้ ทำให้เพดานพังลงมาอย่างง่ายดาย
ทั้งนี้ ร้านเสื้อผ้าชื่อดังของสเปนอย่างแมงโกหรือร้านจากอังกฤษอย่างไพรมาร์ก ร้านเบเนตตองจากอิตาลีและเอชแอนด์เอ็มของสวีเดน รวมถึงอาดิดาสซึ่งเป็นแบรนด์กีฬายี่ห้อดัง อยู่ในบรรดาแบรนด์ตะวันตกที่ลงนามข้อตกลงว่าจะให้เงินทุนสำหรับการตรวจสอบความปลอดภัย และให้เงินกู้เพื่อยกระดับความปลอดภัย หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม แบรนด์เหล่านี้ลงนามข้อตกลงที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย หลังจากอาคารรานาพลาซาถล่มลงมา ท่ามกลางเสียงครหาว่าแบรนด์เหล่านี้ทำเป็นไม่สนใจต่อมาตรฐานความปลอดภัยที่อยู่ในระดับต่ำ ในประเทศที่คนงานสิ่งทอได้เงินเดือนเพียง 38 ดอลลาร์ แต่ในเวลาต่อมาหลายภาคส่วนพยายามแก้ไขเรื่องนี้ และได้ขึ้นค่าแรงแก่คนงานสิ่งทอ 77%
การตรวจสอบความปลอดภัยครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดจากภาครัฐบาล หน่วยงานระหว่างประเทศ หรือร้านค้าปลีก แต่ผู้สังเกตการณ์ชี้ว่า อุปสรรคสำคัญในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยคือการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มักออกใบรับรองความปลอดภัยเพื่อแลกกับเงิน









