วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทอท.กำไรไตรมาสแรกพุ่ง9%

ทอท.กำไรไตรมาสแรก (ต.ค.-ธ.ค.2556) 3.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น มองปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจชะลอกระทบช่วงสั้น

นางพูลศิริ วิโรจนาภา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบัญชี และการเงิน บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. (AOT) เปิดเผยว่า ทอท.คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต แม้ว่าสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในประเทศยังไม่มีข้อยุติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้จำนวนผู้โดยสารชะลอการเติบโต เพราะจะส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย และการเดินทางโดยเครื่องบินของประชาชนในประเทศ

อย่างไรก็ตามปัจจัยดังกล่าวเป็นเพียงผลกระทบช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งหากวิเคราะห์ในระยะยาว ทอท.มีแผนในการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานภูเก็ต และการปรับปรุงท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของสายการเงิน และเที่ยวบินตามการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ จึงเชื่อว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1 ปี2557 (สิ้นสุด ธ.ค. 2556) บริษัท และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 3.77 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายหรือให้บริการเพิ่มขึ้น 12.92% เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของรายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน และรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน ขณะที่รายได้อื่นลดลง 64.09% สาเหตุมาจากการลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 63.7 ล้านบาท และภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ลดลง 274.15 ล้านบาท

ทั้งนี้ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2556 ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ทำให้อุตสาหกรรมการบิน และการท่องเที่ยวมีการเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการบังคับใช้กฎหมายท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ ต.ค.2556 และปัญหาการเมืองในประเทศ ทำให้จำนวนผู้โดยสารรวมทั้งต่างประเทศ และในประเทศเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัว โดยเพิ่มขึ้น 10.37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปกติจะมีการเติบโตในระดับ 17-18% ในขณะที่จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 17.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่มีการเติบโตประมาณ 15-17% เนื่องจากมีการกำหนดตารางบินไว้ล่วงหน้า

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง และเศรษฐกิจในประเทศ จะเริ่มเด่นชัดขึ้นในไตรมาส 2 ปี2556/2557 (ม.ค.-มี.ค.2557) ซึ่งการเปิดเผยจำนวนผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิหดตัวลงครั้งแรก 2.2 ในเดือน ม.ค.2557 เปรียบเทียบกับการเติบโตเฉลี่ยรวม 20.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้การซื้อขายหุ้นที่มีราคาพรีเมียม จากสนามบินในเอเชีย 19-51% จึงดูไม่เหมาะสมนัก ซึ่งนอกจากสถานการณ์การเมืองไม่คลี่คลาย ความล่าช้าในการมีรัฐบาลใหม่ที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยังคาดว่าจะกดดันปริมาณการจราจรเส้นทางการบินในประเทศด้วย

บล.ฟิลลิป วิเคราะห์ว่า การชุมนุมประท้วงที่อาจยืดเยื้อ รวมถึงการที่รัฐบาลจีนออกมาคุมเข้มเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ จะมีผลต่อเที่ยวบินและผู้โดยสาร จึงปรับลดคาดการณ์การเติบโตของผู้ใช้บริการลงจาก 12.6% เป็น 10% ปรับลดคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารต่างประเทศลง แต่เพิ่มผู้โดยสารในประเทศขึ้น โดยคาดว่ารายได้ทั้งปีรวมอยู่ที่ระดับ 4.09 หมื่นล้านบาท