อุตสาหกรรมโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตสหรัฐ กำลังจะเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ เมื่อคอมคาสต์ประกาศเข้าซื้อกิจการไทม์วอเนอร์เคเบิล 4.5 หมื่นล้านดอลล์
บริษัทคอมคาสต์คอร์เปอเรชัน ยืนยันว่าได้เข้าถือครองกิจการของไทม์วอเนอร์เคเบิล เป็นเงิน 45,200 ล้านดอลลาร์
นอกเหนือจากเป็นผู้ให้บริการเคเบิลรายใหญ่ที่สุดในประเทศแล้ว คอมคาสต์ยังเป็นเจ้าของเครือข่ายโทรทัศน์เอ็นบีซีและยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและมีแนวโน้มจะเผชิญการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากผู้ดูแลกฎระเบียบด้านต่อต้านการผูกขาด นอกจากนั้น กลุ่มสนับสนุนผู้บริโภคจำนวนมากยังคัดค้านข้อตกลงนี้ เพราะวิตกว่าการผนวกกิจการของสองยักษ์ใหญ่จะก่อให้เกิดบริษัทที่มีอิทธิพลมากเกินไป ในการตัดสินเนื้อหารายการทางโทรทัศน์และกิจกรรมออนไลน์ของคนอเมริกัน
ก่อนหน้านี้ศาลเพิ่งตัดสินเกี่ยวกับกฎระเบียบอินเทอร์เน็ต ที่มีการวางหลักการให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตวางตัวอย่างเป็นกลางและไม่เอนเอียงไปทางภาพยนตร์ เวบไซต์ หรือคอนเทนต์ในค่ายของตัวเอง โดยคอมคาสต์ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ ก็มุ่งมั่นในการวางตัวเป็นกลางจนถึงปี 2561
ในอีกด้านหนึ่งนั้น บริษัทสื่อบางแห่งวิตกว่าคอมคาสต์อาจพยายามจ่ายเงินให้บริษัทเหล่านี้น้อยลง ในการซื้อรายการโชว์ทางทีวี ภาพยนตร์ และคอนเทนต์อื่นๆ จึงมีแผนหารือกับอัยการในเรื่องนี้
ข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้คอมคาสต์ไปอยู่ในตลาดทีวีใหญ่ที่สุด 20 แห่งของประเทศ หากผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสื่อสารของรัฐบาลกลาง (เอฟซีซี) และกระทรวงยุติธรรมหรือคณะกรรมการการค้าเป็นกลาง อันเป็นสองหน่วยงานที่ดูแลเรื่องต่อต้านการผูกขาด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการผูกขาดมีความเห็นแตกต่างกันไปว่าเจ้าหน้าที่จะอนุมัติข้อตกลงนี้หรือไม่ เพราะแม้คอมคาสต์ยอมเสียลูกค้า 3 ล้านคนของไทม์วอเนอร์เคเบิลไป เพื่อดึงส่วนแบ่งตลาดเพย์ทีวีให้ต่ำกว่า 30% แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าการเคลื่อนไหวนี้จะสร้างความพอใจแก่ผู้ดูแลกฎระเบียบหรือไม่
นายเบิร์ต โฟเออร์ แห่งสถาบันต่อต้านการผูกขาดอเมริกัน ชี้ว่าการผนึกกันของคอมคาสต์กับไทม์วอเนอร์ อาจเจอด่านด้านกฎระเบียบ หลังจากศาลตัดสินคดีก่อนหน้านี้เพื่อป้องกันผู้ให้บริการบรอดแบนด์เอนเอียงไปทางเวบไซต์ใดเป็นพิเศษ
นายโฟเออร์กล่าวแสดงความหวังว่าข้อตกลงนี้จะเผชิญการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะเป็นการสร้างธุรกิจขนาดยักษ์โดยไม่มีกฎของการวางตัวเป็นกลาง ซึ่งสิ่งดังกล่าวเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย พร้อมเสริมว่าข้อตกลงระหว่างคอมคาสต์กับบรรดาหน่วยงานภาครัฐที่มีการวางกฎเกณฑ์ไว้ในช่วงที่คอมคาสต์ผนวกกับเอ็นบีซียูนิเวอร์แซลเมื่อปี 2554 เพื่อรับรองความเป็นกลางของสื่อ จะหมดอายุลงในปี 2561
กลุ่มติดตามผลประโยชน์ของผู้บริโภคเรียกร้องอย่างชัดเจนให้เอฟซีซีและกระทรวงยุติธรรม ขัดขวางการตั้ง "ธุรกิจผูกขาดอย่างไม่เป็นธรรม" ที่อาจมีการขึ้นราคาค่าบริการกับลูกค้าและไม่มีแรงจูงใจที่จะปรับปรุงบริการบรอดแบนด์
ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด้านต่อต้านการผูกขาดมักตรวจเข้มข้อตกลงผนวกกิจการกรณีที่ลดทอนบรรยากาศของการแข่งขันอย่างดุเดือด แม้มีไม่กี่พื้นที่ในสหรัฐที่บริษัทเคเบิล 2 แห่งแข่งขันกันโดยตรง
นายรีด ฮันด์ อดีตประธานเอฟซีซี แสดงทัศนะว่าประเด็นหลักความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต หมายความว่าเอฟซีซีจะพิจารณาอย่างดีถึง "ขนาด" และ "อำนาจ" ของบริษัทใหม่ที่เกิดจากการผนวกกิจการครั้งนี้









