วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 10-13 กุมภาพันธ์ 2557

เงินบาทขยับแข็งค่า ขณะที่ หุ้นไทยปรับตัวขึ้น หลังความกังวลปัจจัยการเมืองคลายตัวลงบางส่วน

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น

อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยอัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.15% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.25% ทรงตัวเช่นกันจากสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีปัจจัยใดที่มีผลต่อสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-21 ก.พ. 2557 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ รวมถึงมีการการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.25%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.31% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 3.36% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ กนง. อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมครั้งถัดไป รวมถึงแรงซื้อจากกองทุนรวมในประเทศ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.76% ในวันพุธ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 2.68% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวัง ก่อนที่จะปรับขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ หลังจากถ้อยแถลงของนาง Yellen ยังคงยืนยันถึงท่าทีความต่อเนื่องในการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ของเฟด ขณะที่การบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ ก็ช่วยสร้างมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของนักลงทุนในตลาดออฟชอร์ และแรงซื้อเงินบาทตามปัจจัยทางเทคนิคหลังแข็งค่าผ่านระดับ 32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยในช่วงกลางสัปดาห์ (หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องที่ขอให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ) และการแข็งค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค (ที่รับข่าวข้อมูลการค้าของจีนในเดือนม.ค.ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาด) ก็เป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน

ในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.58 เทียบกับระดับ 32.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (7 ก.พ.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (17-21 ก.พ.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาปัจจัยทางการเมืองในประเทศ รายงานตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 4/2556 ของไทย รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนม.ค.ของจีน ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนก.พ. 2557 ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค. 2557 ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนธ.ค. 2556 จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 28-29 ม.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดอาจจับตารายงานดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.พ. 2557 ของหลายๆ ประเทศด้วยเช่นกัน อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. นี้ เนื่องในวันประธานาธิบดี

เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรแข็งค่าขึ้น โดยเงินยูโรปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนกำหนดการแถลงต่อสภาคองเกรสของนางเจเน็ต เยลเลนประธานเฟดคนใหม่ ก่อนจะทยอยลดช่วงบวกลงในช่วงต่อมา หลังจากที่นางเยลเลนกล่าวย้ำว่า เฟดจะยังคงเดินหน้าปรับลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ของมาตรการ QE ตามแผนเดิมต่อไป นอกจากนี้ เงินยูโรยังเผชิญแรงขายเพิ่มเติมในช่วงกลางสัปดาห์จากข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนที่น่าผิดหวัง และคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ระบุว่า แนวคิดอัตราดอกเบี้ยติดลบสำหรับการฝากเงินประเภทข้ามคืนที่ ECB จ่ายให้แก่ธนาคารต่างๆ นั้น เป็นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้ อย่างไรดี เงินยูโรฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้น ขณะที่ ตลาดรอการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ

เงินเยนแข็งค่า ทั้งนี้ เงินเยนอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงแรก หลังถ้อยแถลงจากประธานเฟดคนใหม่ ยังคงสะท้อนความต่อเนื่องของแนวทางการชะลอมาตรการ QE ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ดี เงินเยนฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในวันพฤหัสบดีท่ามกลางแรงขายที่เกิดขึ้นอีกครั้งในตลาดหุ้นทั่วโลก

ในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) เงินยูโรปรับตัวอยู่ที่ระดับ 1.3666 เทียบกับ 1.3633 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (7 ก.พ.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 101.92 เทียบกับ 102.33 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย

ดัชนี SET ปรับตัวขึ้น หลังความกังวลปัจจัยการเมืองคลายตัวลงส่วนหนึ่ง โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,311.87 จุด เพิ่มขึ้น 1.19% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 4.84% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 25,414.41 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย ซื้อสุทธิ ขณะที่ นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 372.18 จุด เพิ่มขึ้น 1.70% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ไม่สดใส ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ และผลประกอบการบริษัทที่ออกมาดี รวมทั้ง ข้อมูลเชิงบวกในต่างประเทศ อาทิ ข้อมูลการส่งออกจีนที่ฟื้นตัว และการที่สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ออกไป อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี โดยมีแรงขายทำกำไร

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 17-21 ก.พ. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน โดยต้องจับตาการประกาศตัวเลขข้อมูล GDP Q4/56 ของไทย สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ บันทึกการประชุมเฟดและดัชนีราคาผู้บริโภค ขณะที่จีน และยูโรโซนจะมีการรายงานเครื่องชี้การผลิต ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,300 และ 1,288 ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,320 และ 1,382 ตามลำดับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้น ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ โดยเมื่อวันพุธ ดัชนี DJIA ปิดที่ 15,963.94 จุด เพิ่มขึ้น 1.08% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นหลักสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงต้นสัปดาห์ ตอบรับข่าวการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ก่อนที่จะปรับลดลงเล็กน้อยในวันพุธ โดยมีแรงขายทำกำไรจากนักลงทุน

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น จากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี Nikkei ปิดที่ 14,534.74 จุด เพิ่มขึ้น 0.50% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเยน และข้อมูลภาคการส่งออกของจีน ก่อนจะปรับลดลงหลังเผชิญแรงขายทำกำไรในวันพฤหัสบดี