กบข.ระบุ ไม่ได้รับการติดต่อจากรัฐบาลให้ซื้อพันธบัตรนำเงินจ่ายจำนำข้าว ยืนยัน ไม่มีแผนที่จะเข้าลงทุน
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. ยืนยันว่า กบข. ไม่ได้รับการติดต่อจากรัฐบาลเพื่อลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพื่อนำเงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งกระแสข่าวนี้ไม่มีมูลความจริง และ กบข. ไม่ได้มีแผนที่จะเข้าลงทุน เนื่องจากสภาพคล่องของ กบข. มีน้อย ไม่ได้มีสภาพคล่องมากตามที่เป็นข่าว
โดยในแต่ละเดือน กบข.มีเงินของสมาชิกเข้ามาประมาณ 1,000 ล้านบาท เพราะเงินเดือนของสมาชิก ไม่ได้สูงมาก เฉลี่ยสมาชิกมีเงินเดือน 10,000-40,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเงินสมทบในกองทุน กบข. ประมาณร้อยละ 1-3 หรือเฉลี่ย 200-800 บาทต่อเดือนต่อคน ซึ่ง กบข.ไม่น่าเป็นเป้าหมายของกระทรวงการคลังที่ต้องการให้ กบข. ลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล
เลขาธิการ กบข. ยังระบุว่า การลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ จะมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนและคณะอนุกรรมการที่มีทั้งบุคคลภายใน กบข. และ คนนอก กบข. ร่วมกันพิจารณา ดังนั้น หากจะเลือกลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาลจะต้องโปร่งใสและมีข้อมูลครบถ้วน ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเงื่อนไขในพันธบัตรโครงการรับจำนำว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ให้ผลตอบแทนพันธบัตรสูงกว่าดอกเบี้ยในตลาดหรือไม่ ประกอบกับโครงการรับจำนำข้าวถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ส่วนที่จะมีสมาชิก กบข.ออกมาชุมนุมเพื่อคัดค้านการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล นั้น เชื่อว่าไม่มีการชุนนุมใด ๆ เนื่องจากมีการอธิบายให้กับสมาชิก และคณะอนุกรรม กบข. เข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายสมบัติ กล่าวว่าการบริหารเงินในกองทุนจะจัดสรรการลงทุนเพื่อเป็นไปตามนโยบาย คือลงทุนในประเทศ 75% ต่างประเทศ 25% แบ่งเป็นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และลงทุนในสินทรัพย์มั่นคง เช่น หุ้นกู้ของเอกชนที่มีอันดับเครดิตสูง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตร ธปท. และอสังหาริมทรัพย์
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า กระทรวงการคลัง จะหาแหล่งเงินกู้ เพื่อที่จะได้นำเงินมาใช้โครงการจำนำข้าว ซึ่งจะทำการออกพันธบัตรขายหน่วยงานรัฐที่มีสภาพคล่องด้วยกัน 3 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วย คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สำนักงานประกันสังคม ฝ่ายกองทุนประกันสังคม และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ









