ผลสำรวจธุรกิจไตรมาสแรกส่อวูบ การเมืองฉุด 'บริโภค-ลงทุน-ท่องเที่ยว' ชะลอ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่รายงานผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2557 พบว่า ธุรกิจมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง โดยจากการสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจ พบว่า ผู้ประกอบการคาดว่าภาวะธุรกิจในระยะต่อไปจะปรับดีขึ้นจากปัจจุบันเล็กน้อย สอดคล้องกับความเห็นของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ประเมินว่าการบริโภคจะยังชะลอตัวจากกำลังซื้อของครัวเรือนที่มีจำกัด เพราะมีภาระหนี้สินระดับสูง และรายได้สินค้าเกษตรมีแนวโน้มลดลง
นอกจากนี้ สถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง อาจส่งผลซ้ำเติมให้การฟื้นตัวของการบริโภคต้องเลื่อนออกไป ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะค่อยๆ ปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน และอาหารแปรรูป
อย่างไรก็ตาม การลงทุนของธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงชะลอลง เนื่องจากผู้ประกอบการเลื่อนการลงทุนในโครงการใหม่ ออกไปเพื่อรอประเมินความชัดเจนของภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมือง รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
สำหรับภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัว แต่ในอัตราที่ชะลอลง เป็นผลจากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อและการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศยกระดับการประกาศเตือนนักท่องเที่ยว
รายงานระบุว่า ในส่วนของการบริโภคภาคเอกชนช่วงไตรมาส 1 ปี 2557 ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่องนั้น จากการสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่าคำสั่งซื้อในประเทศในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะปรับดีขึ้นเพียงเล็กน้อย ตามการคาดการณ์การจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีน และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการค้าปลีก ขณะที่ยอดขายรถยนต์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นบ้างจากการส่งเสริมการขายและการออกรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการประเมินว่าการบริโภคน่าจะยังชะลอตัว เพราะมีปัจจัยลบจากกำลังซื้อของครัวเรือนที่จำกัด จากภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงและแนวโน้มรายได้เกษตรกรที่ลดลง
นอกจากนี้สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองในหลายพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะส่งผลซ้ำเติมให้การฟื้นตัวของการบริโภคต้องเลื่อนออกไป สอดคล้องกับการสำรวจภาวะแนวโน้มสินเชื่อที่พบว่า สถาบันการเงินส่วนใหญ่ คาดว่า ความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตจะลดลง ขณะเดียวกันก็คาดว่าความต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้น แต่เป็นการเพิ่มในอัตราที่น้อยลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนมุมมองแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัว
ส่วนการท่องเที่ยวนั้น ผู้ประกอบการมองว่า สถานการณ์ชุมนุมที่ยืดเยื้อและมีการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้หลายประเทศยกระดับการเตือนนักท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะรายใหม่ที่อ่อนไหวต่อสถานการณ์ความปลอดภัย
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโรงแรมบางส่วนแจ้งว่า ได้รับการขอยกเลิกยอดจองโรงแรมล่วงหน้าบ้างแล้ว รวมทั้งการขอเลื่อนการจัดประชุมสัมมนาทั้งระดับในประเทศและระดับนานาชาติ และงานแสดงสินค้า
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการคาดว่าจะยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในจังหวัดภาคเหนือและภาคใต้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ยังเห็นว่า การอ่อนค่าของเงินบาทน่าจะส่งผลดีในระยะสั้นต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย
สำหรับการลงทุนภาคเอกชน พบว่า มีแนวโน้มชะลอต่อเนื่อง ซึ่งจากผลสำรวจผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อมั่นที่จะลงทุนเพิ่มในอีก 3 เดือนข้างหน้า แต่สัดส่วนผู้ที่คาดว่าจะลงทุนเพิ่มโน้มลดลงต่อเนื่องจากต้นปี อีกทั้งส่วนใหญ่ยังตอบว่าเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเท่านั้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการลงทุนของภาคธุรกิจมีแนวโน้มชะลอลง
ทั้งนี้ สอดคล้องกับความเห็นของผู้ประกอบการ ที่เห็นว่าธุรกิจส่วนใหญ่น่าจะชะลอการลงทุนใหม่ออกไป เพื่อรอประเมินความชัดเจนของภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การเมือง เช่นเดียวกับผลสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อ ที่พบว่า สถาบันการเงินคาดว่าความต้องการสินเชื่อภาคธุรกิจโดยรวม จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน แต่จากความต้องการสินเชื่อของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เป็นสำคัญ
ส่วนแนวโน้มการส่งออกนั้น จากการสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่าคำสั่งซื้อจากต่างประเทศในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ผู้ประกอบการในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน คาดว่าการส่งออกจะขยายตัวดี เช่นเดียวกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางพารา ที่คาดว่าการส่งออกจะดีขึ้นตามความต้องการจากจีน
ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจกุ้งและไก่แช่แข็ง ประเมินว่า จะส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลายลงและความต้องการในตลาดโลกที่ดีขึ้น ประกอบกับญี่ปุ่นอนุญาตให้นำเข้าเนื้อไก่สดจากไทยได้แล้วตั้งแต่ปลายปีก่อน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่งออกส่วนใหญ่ เห็นว่าสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ยังไม่ส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและการส่งมอบสินค้า แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อผู้ประกอบการบางรายในธุรกิจอาหาร สิ่งทอ และ เครื่องใช้ไฟฟ้า กังวลว่าอาจมีความเสี่ยงที่ลูกค้าจะกระจายคำสั่งซื้อไปยังประเทศอื่นบ้าง เพื่อป้องกันความเสี่ยง
สำหรับในด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากการสำรวจพบว่า ไตรมาส 1 ปี 2557 มีแนวโน้มว่าความต้องการที่อยู่อาศัยจะชะลอตัว จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง สอดคล้องกับมุมมองของสถาบันการเงิน ที่คาดว่าความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัย จะปรับลดลงจากปัจจุบัน อีกทั้งสถาบันการเงินส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะเพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานการให้สินเชื่อขึ้นอีก เพราะกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อ
ส่วนในเรื่องของต้นทุนการดำเนินงานนั้น ผู้ประกอบการคาดว่าต้นทุนจะยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านพลังงาน ทำให้ต้องปรับตัวด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน และลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งพัฒนาคุณภาพสินค้า และผลิตสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับเพิ่มราคาได้









