วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ยันรัฐบาลยินดีคืนข้าวให้ชาวนา

"นิวัฒน์ธำรง"เผยรัฐบาลยินดีคืนข้าวให้ชาวนา ยันมีสัญญาขายข้าวกับรัฐวิสาหกิจจีนจริง

ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีการระบายข้าวในโครงการรับจำนำข้าว ว่า การจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวหรือหนี้สินที่รัฐบาลติดชาวนา ในฤดูกาลปี 56/57 ซึ่งเริ่มเมื่อเดือนต.ค.56 - ก.พ. 57 มีจำนวน 10 ล้านตันเศษ ยอดเงินทั้งสิ้น 177,000 ล้านบาท และได้จ่ายไปแล้วประมาณ 6 หมื่นล้านบาท โดยเมื่อเดือนต.ค. จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 22,800 ล้านบาท ซึ่งทาง ธ.ก.ส.ได้จ่ายครบถ้วนแล้ว ส่วนเดือน พ.ย. จำนวน 61,280 ล้านบาท จ่ายไปแล้ว 37,685 ล้านบาท คิดเป็น 61.5% เหลือเพียงส่วนน้อย ส่วนเดือนธ.ค.และม.ค. คือหนี้ที่ยังไม่ได้จ่าย ดังนั้นหนี้ที่ติดค้างจึงมีเพียง 1-2 เดือนไม่ใช่ 6 เดือน อย่างที่มีการกล่าวอ้าง

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า มียอดหนี้ในโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลปี 55/56 เมื่อเดือน ก.ย. ได้รับอนุมัติจากครม. มีการจ่ายเงินเรียบร้อย ยกเว้นเพียงจำนวนหนึ่งหลังจากปิดโครงการในวันที่ 15 ก.ย. 55 ที่มีข้าวจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มีการรายงานเข้ามา ซึ่งเป็นยอดวงเงินเกินจากที่ ครม. อนุมัติไว้ ดังนั้นจึงมีการสั่งการให้คณะอนุกรรมการจำนำข้าวไปตรวจสอบเอกสารและรายละเอียดก่อนว่ามีจำนวนข้าวเท่าไหร่และมีจริงหรือไม่ ดังนั้นจึงมีหนี้ส่วนนี้ที่ค้างอยู่ในเดือน ก.ย. ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วและส่งผลการตรวจสอบไปในเดือน ม.ค. โดยเข้าคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติและมีการเห็นชอบเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 57 และขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาของครม. จากนั้นก็ต้องส่งไปยังกกต. ทั้งนี้หนี้ดังกล่าวมียอดเงินที่ 712 ล้านบาท จากเกษตรกรทั้งสิ้น 3,970 ราย เป็นเพียงยอดเดียวที่มีการตกค้าง จาก 5 จังหวัด ได้แก่ อยุธยา อุทัยธานี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และ เพชรบุรี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงคลังกำลังดำเนินการหาเงินจ่ายชาวนา ซึ่งขณะนี้ได้เงินหลายก้อน จากการระบายข้าวและจากที่กระทรวงคลังหามาได้ ส่วนการกู้เงิน หรือหาแหล่งเงินนั้นกระทรวงคลังจะชี้แจงต่อไป

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวถึงข้อกล่าวหาว่า สัญญาขายข้าวรัฐวิสาหกิจจีนเป่ยต้าฮวงมีจริงหรือไม่ ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยนายสุรศักดิ์ เรืองเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้มีการลงนามสัญญาขายข้าวกับบริษัท เฮย หลง เจียง (Heilougjiang Beidohuang Rice Industry Group) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเป่ยต้าฮวง โดยผ่านนายเมิ่ง ผ่าน โหยว รองผู้จัดการบริษัทลงนามที่กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2556 ซึ่งมีสื่อมวลชนหลายแขนงได้เผยแพร่ข่าวนี้ รวมทั้งตนและนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย และมีคณะกรรมการจาก เป่ย ต้า ฮวง รัฐวิสาหกิจในมณฑลเฮย หลง เจียง ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ยืนยันมีสัญญาแน่นอน แต่ด้วยเหตุจากความไม่มั่นใจว่าประเทศไทยจะจำแนกรัฐวิสาหกิจอย่างไรแน่ จึงมีการยกเลิกสัญญาไป

เมื่อถามว่า มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่กลุ่มชาวนามาปิดกระทรวงพาณิชย์ อย่างไร นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า วันนี้มีปลัดกระทรวง ตัวแทนกระทรวงร่วมเจรจา และยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสนใจ อยากช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด โดยวันนี้ได้มีการลงบันทึกไว้ว่ามีการจำนำเท่าไหร่อย่างไร เพื่อเร่งรัดดำเนินการต่อไป ซึ่งชาวนาที่เดินทางมาบางส่วนเป็นเจ้าหนี้ที่มาจากรอบเดือน ก.ย. 2556 ซึ่งยอมรับว่ามีความล่าช้าทั้งจากผู้จำนำข้าวและข้าราชการด้วย

ส่วนที่ชางนาบางส่วนเสนอให้รัฐบาลคืนข้าวแทนการจ่ายเงินนั้น นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า รัฐเปิดกว้าง ซึ่งเชื่อว่าชาวนาส่วนใหญ่ต้องการเงินค่าข้าว แต่บางคนจะขอข้าวคืนก็ยินดี เพราะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ชาวนาเลือกได้ ส่วนการเรียกร้องค่าเสียโอกาสก็จะต้องพิจารณาอีกทีครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าสมาคมผู้ส่งออกข้าวระบุว่าการทำสัญญาซื้อขายข้าวกับบริษัทเป่ย ต้า ฮวง ไม่ใช่การซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) เพราะจะต้องทำข้อตกลงกับบริษัท คอฟโก ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนเท่านั้น นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เรื่องการขายข้าวแบบจีทูจี กระทรวงพาณิชย์ได้ทำเรื่องจีทูจีมาก่อนรัฐบาลชุดนี้แล้ว และเป็นการซื้อขายจากรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่รัฐบาลกลางและทำมาต่อเนื่อง แต่เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พิจารณา ก็มองว่าควรเป็นรัฐวิสาหกิจกลาง แต่ที่ผ่านมาทางกระทรวงมองว่าต้องทำเป็นรัฐวิสาหกิจทั้งจากรัฐบาลกลางหรือรัฐบาลท้องถิ่น จึงเป็นประเด็นที่อยู่ในคดีความที่ต้องพิจารณาต่อไป แต่ในส่วนผู้ทำสัญญา เป่ย ต้า ฮวง ซึ่งเป็นรายใหม่นั้น มีความกังวลว่าจะถูกสอบ จึงยกเลิกสัญญาไปก่อน