การเข้าซื้อระยะสั้นควรเน้นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงเป็นรายหลักทรัพย์
วันจันทร์หลังวันเลือกตั้งตลาดหุ้นไทยปิดบวก ดัชนี SET ปิดที่ 1,292.81 จุด เพิ่มขึ้น 18.53 จุด(+1.45%) มูลค่าการซื้อขาย 25,817.79 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิอีก 3,005.95 ล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็กฯ คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 1,275-1,321 แรงซื้อคืนระยะสั้นหรือซื้อเก็งกำไรกลับเข้าตลาดมากขึ้นจากการคาดการณ์การแก้ไขทางการเมือง การกลับตัวขึ้นขาดปริมาณการซื้อขายสนับสนุนควรขายทำรอบระยะสั้น ในขณะที่ SET50 ระหว่างวันมีแนวต้านสำคัญ 880 / 885 อาจมีแรงขายระยะสั้นในลักษณะเล่นรอบ แนวรับหลักSMA5วัน 872 ไม่ควรปิดต่ำกว่าลงมา GFG14 เก็งกำไรในกรอบ 19,650-19,880 GFJ14 เก็งกำไรในกรอบ 19,760-19,990
กลยุทธ์ ปริมาณการซื้อขายที่ไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่กังวลต่อการปรับลดค่าของสกุลเงินในกลุ่มตลาดเกิดใหม่เป็นปัจจัยลบหลัก (การกลับตัวขึ้นแรงของดัชนีอาจมีแรงขายเมื่อเข้าใกล้ 1,306-1,321) สำหรับการเข้าซื้อระยะสั้นควรเน้นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงเป็นรายหลักทรัพย์ หรือซื้อหุ้นที่มีสัญญาณการกลับตัวทางเทคนิค เช่น MINT CK BTS LOXLEY BTS กลุ่มรับเหมาฯ ITD CK PREB กลุ่มอสังหาฯ SPALI CPN LH ระยะกลาง ปรับลงแรงซื้อเพิ่มเล็กน้อย








