วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีไอเอ็มบีชี้รายย่อยเริ่มผิดนัด

แบงก์กรุงเทพยังคงเป้าสินเชื่อ 5-6% ชี้หากส่งออกต่ำกว่าเป้าอาจเห็นจีดีพีต่ำกว่า 3% ได้ ด้านซีไอเอ็มบี ชี้ลูกค้าเริ่มผิดนัดชำระหนี้แล้ว

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3% แต่มีโอกาสที่จะต่ำกว่านี้ได้หากส่งออกไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ 7-8% โดยธนาคารคาดว่าสินเชื่อปีนี้จะ เติบโต 5-6% ขณะที่สถานการณ์ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศยังไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชนรวมถึงกระทบต่อสินเชื่อของธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ

ทางด้านนายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารอาจปรับลดเป้าหมายสินเชื่อรายย่อยลงจากเดิมที่ตั้งไว้ 2 หมื่นล้านบาท หากสถานการณ์ทางการเมืองยังยืดเยื้อ ทำให้ใบสมัครขอสินเชื่อที่เข้ามาลดลง 50% ขณะที่การผิดนัดชำระหนี้เริ่มมีให้เห็นแล้วโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าสินเชื่อบุคคล

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังต้องขยายธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งด้านเงินฝากและกองทุนและสินเชื่อ โดยจะหันมามุ่งเน้นการทำตลาดผ่านช่องทางใหม่ที่เข้าถึงลูกค้ามากขึ้นเนื่องจากธนาคารเป็นธนาคารขนาดเล็กมีสาขาน้อยกลยุทธ์สำคัญสำหรับปีนี้ คือ การเข้าไปเจาะฐานลูกค้าเพื่อต่อยอดธุรกิจกับกลุ่มลูกค้าทั้งบริษัทขนาดใหญ่รายกลางและรายเล็ก ซึ่งธนาคารมีสายสัมพันธ์อยู่แล้ว โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการครบวงจรด้วยสิทธิประโยชน์ครบครันนำไปเสนอถึงที่ทำงาน เพื่อเพิ่มทางเลือกทางการเงินสำหรับพนักงานของแต่ละบริษัท ภายใต้ชื่อว่า “CIMB @Work”

สำหรับบริการดังกล่าวธนาคารจะเข้าไปทำสัญญากับลูกค้านิติบุคคลของธนาคารเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับลูกค้ารายย่อยให้กับพนักงานในองค์กรเหล่านั้น เปรียบได้กับสวัสดิการสำหรับพนักงานบริษัทซึ่งใช้บัญชีเงินเดือน (payroll) ผ่านธนาคาร ทั้งสินเชื่อ เงินฝาก ประกัน กองทุน รวมไปถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อินเทอร์เน็ตแบงกิ้งรวมถึงผลิตภัณฑ์ของธนาคารและบริษัทในเครือ โดยนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่พิเศษกว่าลูกค้าทั่วไป เช่นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลที่จะอยู่ในระดับต่ำกว่า 20% จากปกติอยู่ที่ 28% สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่มีดอกเบี้ยต่ำลง 0.50% ซึ่งในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าที่จะเซ็น MOU กับบริษัท อย่างน้อย 400 บริษัท โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาธนาคารได้เริ่มทดลองตลาดและมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมแล้ว 20 แห่ง มียอดธุรกรรมแล้ว 200 ล้านบาท

นายอดิศรกล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายของบริการดังกล่าว ธนาคารจะมุ่งเน้นฐานลูกค้าบัญชีเงินเดือนตั้งแต่ 8,000 บาท จนถึงเจ้าของบริษัท โดยส่วนใหญ่พนักงานบริษัทจะเน้นสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถมากกว่า และระดับเจ้าของบริษัทจะเน้นเรื่องกองทุน ซึ่งคาดว่าจะได้ธุรกรรมจากบริการดังกล่าวประมาณ 2,000ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อ 1,200 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินฝากและกองทุน นอกจากนี้ธนาคารมีทีมงานที่จะเข้าไปให้คำแนะนำพนักงานขององค์กรที่ร่วมลงนามกับธนาคารกว่า 15 คนและในสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 20-30 คน

"บริการดังกล่าวยังช่วยให้พนักงานมีทางเลือกมากขึ้น เมื่อมาขอสินเชื่อสวัสดิการที่ธนาคารเข้าไปนำเสนอลูกค้า ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงกู้เงินในระบบ ด้วยดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเดิมมาก จากเดิมที่พึ่งพากู้เงินนอกระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูง ขณะที่ความเสี่ยงของธนาคารน้อยลงเพราะใช้วิธีการตัดบัญชีผ่านบัญชีเงินเดือน จึงได้รับดอกเบี้ยที่ประหยัดกว่า ตลอดจนขั้นตอนในการขอสินเชื่อก็น้อยลงไปด้วย โดยธนาคารได้เริ่มเดินสายเข้าไปนำเสนอให้ถึงที่บริษัท โดยการจัดบูธ เอาระบบไปตั้งในบริษัทลูกค้าแล้ว"