สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ และยุโรป (16 - 22 ม.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวลง โดย S&P500 สหรัฐฯ -0.2%, DAX -0.1%, CAC ฝรั่งเศส -0.2% แม้ว่า IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปี 2557 เป็น +3.7% จากเดิมที่ +3.6% อย่างไรก็ตามปรับตัวลงจากความกังวลต่อผลประกอบการ 4Q56 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาต่ำกว่าคาด เช่น Verizon Coach, IBM, Motorola และ Johnson & Johnson มีเพียง FTSE +0.1% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเชิงบวกต่อเนื่อง โดยอัตราการว่างงานอังกฤษลดลงเป็น 7.1% ในเดือนธ.ค. จากเดือนพ.ย.ที่ 7.4% และดีกว่าที่ Bloomberg consensus คาด 7.3%
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (16 - 22 ม.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 1.4% จากสภาพคล่องในจีนที่ผ่อนคลายลง หลังธนาคารกลางอัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาดเงิน ผ่าน Reverse-repurchase 2.55 แสนล้านหยวนถือเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2556 พร้อมกับออกโครงการ Standing Lending Facility (SLF) นอกจากนี้การเข้า IPO ของหุ้นทั้ง 8 ตัว ขยับขึ้นเด่น แม้ว่าจะย่อตัวลงหลังการรายงานดัชนี HSBC Flash PMI ภาคการผลิตเดือน ธ.ค.ของจีนหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือนก็ตาม
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (16 - 22 ม.ค. 2557)
ประเด็นการเมืองในประเทศยังคงมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยใน สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเหตุการณ์ความวุ่นวายการปาระเบิดเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ถนนบรรทัดทอง รวมถึงพบระเบิดในสถานที่ชุมนุมหลายจุด ส่งผลให้รัฐบาลรักษาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามแรงเก็งกำไรต่อกลุ่มธนาคาร หลัง กนง. ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย RP1 วัน กอปรกับงบการเงิน 4Q56 ของกลุ่มอยู่ในเกณฑ์ที่ดี รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยับขึ้นเด่น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้อานิสงส์เชิงบวกจากค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯที่มีทิศทางอ่อนค่าลง ส่งผลให้SET INDEX ณ วันที่ 22 ม.ค. ปิดที่ระดับ 1,290.49 จุด เพิ่มขึ้น 13.46 จุด หรือ +1.05%
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (24 - 30 ม.ค. 2557)
MBKET คงน้ำหนักกับการเมืองภายในประเทศเป็นหลักต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มอ่อนแอต่อเนื่องจากปลายปี 2556
คาดกรอบแกว่งของ SET INDEX สัปดาห์หน้าอยู่ระหว่าง 1,250 - 1,330 จุด
1. พัฒนาการทางการเมืองจากนี้ไปจนถึง การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ. ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่
a. การเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. ผ่านไปได้เรียบร้อยหรือไม่
b. รายละเอียดของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่ง ศรส. ประกาศในวันที่ 27 ม.ค.
c. ท่าทีของชาวนา กับ แนวทางกับชำระเงินจำนำข้าวที่รัฐบาลรักษาการเสนอ หากยังต้องใช้เวลาในขั้นตอนพิจารณา อาจเห็น ชาวนา เดินทางเข้า กรุงเทพ ร่วมกับ กลุ่ม กปปส. กดดันรัฐบาลรักษาการเพิ่มเติมได้
2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค. โดยเฉพาะการส่งออกเดือนธ.ค. จะฟื้นตัวหรือไม่ เพราะถือเป็นเครื่องจักรสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยใน 1H57 นี้
3. ติดตามการประชุม FOMC วันที่ 28-29 ม.ค. ต่อประเด็นวงเงิน QE ทั้งนี้ Bloomberg consensus คาด เฟดจะพิจารณาลดวงเงิน QE เหลือ US$6.5 หมื่นล้าน/เดือน
--------------------------------------------
ที่่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









