ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์งัดแผนรับมือพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มป้ายเส้นทางจราจร-คุมเข้มความปลอดภัย วอน กปปส.ไม่ยืดเยื้อจนทำลายศก.
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ หรือ (RSTA) และสมาชิกสมาคมฯ ระบุว่า สมาคมฯ ได้มีมาตรการและนโยบายภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศ ณ วันอังคารที่ 21 มกราคม 2557 โดยทางสมาคมฯ ได้เตรียมวางแผนรับมือเพื่อสร้างความปลอดภัยและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันตลอดเวลาโดยแบ่งหัวข้อออกเป็น 3 เรื่อง ได้แก่
1. เพิ่มป้ายระบุเส้นทางสัญจรภายในย่านราชประสงค์
สมาคมฯ ได้วางมาตรการเพื่อสร้างการรับรู้ความข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางสัญจรภายในย่านราชประสงค์ โดยปัจจุบันได้เพิ่มป้ายบอกเส้นทางภายในย่านฯ บริเวณถนนเพลินจิต เพื่ออำนวยความสะดวกและความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการเดินทางสัญจรเข้ามาภายในย่านฯ ได้เลือกใช้เส้นทางได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2. เพิ่มมาตรการและนโยบายด้านความปลอดภัยภายในย่านราชประสงค์
สมาคมฯ ยังคงเดินหน้าสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยทั่วย่านราชประสงค์ด้วย “ระบบรักษาความปลอดภัยแบบบูรณาการย่านราชประสงค์ (Ratchaprasong Integrated Security System) ผ่านการเฝ้าสังเกตการณ์จากเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญและกล้อง CCTV ทั้งหมดของสมาชิกทั้งภายในและภายนอกอาคารที่มีมากกว่า 1,500 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ทั่วย่านฯ พร้อมเพิ่มมาตรการตรวจค้นพาหนะทุกชนิดก่อนเข้าภายในอาคารของสมาชิกภายในย่านฯ โดยจัดจุดตรวจค้นและเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจพาหนะทุกชนิดก่อนเข้าอาคารทั้งในส่วนภายในห้องโดยสาร บริเวณใต้ท้องพาหนะ และกระโปรงหลังรถยนต์ หรือช่องเก็บสิ่งของใต้ที่นั่งรถจักรยานยนต์ รวมทั้งเพิ่มมาตรการไม่อนุญาตให้พาหนะ จอดค้างคืนภายในอาคารจอดรถ และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยด้วยการเปิด-ปิดประตูสำคัญด้วยประตูที่ปิดล็อคแน่นหนา ในเวลาปิดทำการ
3.การจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของย่านราชประสงค์
ตามที่ สมาคมฯ ได้ร่วมมือกับสมาชิกทั้งศูนย์การค้าและโรงแรมทั่วย่านราชประสงค์ในการลดราคาสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ กลุ่มไดน์นิ่งไลฟ์สไตล์ และกลุ่มห้องพักของโรงแรมช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงวันนี้ พบว่า นักท่องเที่ยวและพนักงานที่ทำงานในย่านฯ เดินทางเข้ามาซื้อสินค้าและบริการภายในย่านราชประสงค์น้อยลง ค่าเฉลี่ยในการจับจ่ายใช้สอยอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ โดยสามารถแบ่งเป็น
· กลุ่มสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ตามศูนย์การค้าต่างๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ
· กลุ่มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยร้านอาหารและร้านขายของใช้จำเป็น อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ
· กลุ่มโรงแรมและห้องพัก มีความเคลื่อนไหวของห้องพักตลอดเวลาเป็นรายวัน โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มระดับ 4 ดาว และ 5-6 ดาว สำหรับกลุ่มโรงแรมระดับ 4 ดาว มียอดเข้าพักเฉลี่ยในช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ ประมาณ 38% และวันจันทร์-วันศุกร์ ประมาณ 35% และกลุ่มโรงแรมระดับ 5-6 ดาว มียอดเข้าพักเฉลี่ยในช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ ประมาณ 32% และวันจันทร์-วันศุกร์ ประมาณ 30%
พร้อมกันนี้ ทางสมาคมฯ เตรียมปรึกษากับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เกี่ยวกับแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในย่านฯ โดยเบื้องต้นได้วางแนวทางเกี่ยวกับการจัดบิ๊กอีเว้นท์ หรือแกรนด์เซล เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยภายในย่านฯ มากขึ้น และสร้างรายได้ให้กับกลุ่มร้านค้า เพื่อรักษาการจ้างงานกลุ่มลูกจ้างรายวันและลูกค้าชั่วคราวไว้
อย่างไรก็ตาม ทางสมาชิกทั้งศูนย์การค้าและโรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ยังคงประเมินสถานการณ์จากเหตุการชุมนุมทางการเมืองเป็นรายวัน เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลและปรับกลยุทธ์และเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น โดยสมาคมฯ ยังเน้นย้ำจุดยืนและใคร่ขอวิงวอนให้กลุ่ม (กปปส.) จัดการชุมชนตามข้อกำหนดและไม่ยืดเยื้อจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ









