วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศก.ร่วง-การเมืองวุ่น จำนำทะเบียนรถทรุด

"เช่าซื้อ"ระบุยอดผู้ขอใช้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถเดือนม.ค.ทรุด 25-30% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.2556 คาดประชาชนชะลอการใช้จ่าย ผลพวงศก.ถดถอย

นายรุ่งโรจน์ จรัสวิจิตรกุล ผู้อำนวยการสายอาวุโส บริหารการขายทางกรุงเทพ ธนาคารทิสโก้ เปิดเผยว่า ผู้มาใช้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถของธนาคารในเดือนม.ค. 2557 เทียบกับเดือนธ.ค. 2556 ลดลง 25-30% แต่หากเทียบกับเดือนม.ค. 2556 ถือว่าต่ำกว่านี้มาก เพราะต้นปี 2556 เศรษฐกิจโดยรวมยังดี สาเหตุยอดธุรกรรมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถลดลง คาดน่าจะมาจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มถดถอย บวกกับปัจจัยการเมือง ทำให้ประชาชนไม่มีความมั่นใจในการใช้สอย

ส่วนเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ขณะนี้ยังทรงๆ ไม่มีสัญญาณเพิ่ม ซึ่งธนาคารมีระบบการติดตามลูกค้าต่อเนื่อง หากพบลูกค้ารายไหนมีปัญหา จะให้ความช่วยเหลือ เช่น ปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระค่างวด ให้ตรงกับศักยภาพของการชำระหนี้ โดยยืดเวลาการผ่อนชำระให้นานกว่าเดิม เพื่อลดจำนวนค่างวดให้ลดลง

"ครึ่งเดือนแรกของปีนี้ ยังไม่เห็นภาพอะไรที่ชัดเจนนัก ธนาคารคาดว่าภาพรวมของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า"

ส่วนนายธีรชาติ จิรจรัสพร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์เช่าซื้อ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า ปกติเดือนม.ค.ของทุกปีจะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ หากดูสัญญาณการขอสินเชื่อแล้ว อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนม.ค.2556 ซึ่งลูกค้ายังมาขอสินเชื่อเหมือนปกติ แต่มีบ้างบางรายที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคาร ก็ยกเลิกการให้สินเชื่อ แม้ยอดอนุมัติลดลงบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มีนัยสำคัญ

นายอัครนันท์ ฐิตสิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองปัจจุบันย่อมส่งกระทบต่อภาคธุรกิจโดยตรง ทำให้การดำเนินธุรกิจอาจติดขัดในบางอุตสาหกรรมและบางพื้นที่ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อลูกค้าของบริษัทในการชำระหนี้ล่าช้า รวมถึงชำระค่างวดรถยนต์ล่าช้าไปบ้าง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นผลกระทบแบบปัจจุบันทันด่วน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทุกภาคส่วนได้รับทราบ และเตรียมแผนรับรองต่างๆ ไว้แล้ว เช่น การปรับแผนการดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นได้ และทุกสถาบันการเงิน ต้องวางแผนเตรียมรับมือกับปัญหาที่คาดจะเกิดขึ้นในปัจจุบัน และระยะยาว

ปัญหาการผิดนัดชำระค่าจำนำข้าว เป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สถาบันการเงินที่มีลูกค้าประกอบอาชีพเกษตรกรรม จะได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งสถาบันการเงินจำเป็นต้องหามาตรการช่วยเหลือ หรือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้น สำหรับลีสซิ่งกสิกรไทยมีลูกค้าในกลุ่มอาชีพนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ภาวการณ์ปัจจุบันส่งผลทางลบโดยตรงกับธุรกิจรถยนต์ โดยเฉพาะตลาดรถยนต์รายย่อย ลูกค้าอาจชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ เพราะความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อรายได้ในอนาคต

สำหรับสินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย หรือสินเชื่อรถยนต์ในประเภทใกล้เคียงกัน อาจได้รับผลบวกจากความต้องการของลูกค้าที่มีเพิ่มมากขึ้น เพราะลูกค้ามีความต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น แต่ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก ความเสี่ยงที่ตามมาอาจเพิ่มขึ้น สถาบันการเงิน จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงระมัดระวังมากขึ้น

ส่วน"สินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย" บริษัทยังขยายลูกค้าตามปกติ แต่ให้ความระมัดระวังในการวิเคราะห์สินเชื่อ และให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น