เปิดผลการดำเนินงากลุ่มแบงก์ ปี"56 กำไรพุ่ง 25% ล่าสุด กรุงไทย กวาดกำไรปี 56 กว่า 3.39 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% สินเชื่อโตเกินเป้าหมาย
จากรวบรวมข้อมูลกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่รายงานผลประกอบการงวดปี 2556 มีกำไรสุทธิรวม 2.01แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 25.75% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1.60 แสนล้านบาท โดยธนาคารที่กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุดได้แก่ ธนาคารทหารไทย ปรับตัวเพิ่มขึ้น 354.96%รองลงมาธนาคารธนชาต เพิ่มขึ้น 67.53% และธนาคารกรุงไทยเพิ่มขึ้น 45.20%
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยผลประกอบการของธนาคารในปี 2556 เปรียบเทียบกับปี 2555 ว่าธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงาน 54,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,481 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.07% หลังหักสำรองหนี้สูญและภาษีเงินได้ ธนาคารมีกำไรสุทธิ 33,928 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,562 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 45.20% ทั้งนี้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รวมทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของธนาคารเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้สินเชื่อยังเติบโตเกินเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นในส่วนของสินเชื่อภาคธุรกิจ สินเชื่อรายย่อย ตลอดจนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดย ณ 31 ธันวาคม 2556 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อ 1,710,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180,503 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.80% มีเงินฝาก 1,883,794 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 216,833 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.01% จากสิ้นปี 2555
จากการที่ผลประกอบการของธนาคารสูงกว่าเป้าหมายและโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด ธนาคารจึงได้กันสำรองหนี้สูญฯ ตามงบการเงินเฉพาะ เพิ่มอีก 5,600 ล้านบาท นอกเหนือจากสำรองหนี้สูญฯ ตามปกติ 6,000 ล้านบาท ส่งผลให้ธนาคารมีการตั้งสำรองฯรวม 11,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ความระมัดระวัง เพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นจาก 95.20% เป็น 114.18% มากกว่าเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับกำหนด
นอกจากนี้ ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร ได้พัฒนาดีขึ้นเป็นลำดับ เห็นได้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) ตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร มีจำนวน 55,026 ล้านบาท ลดลง 4,145 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs Ratio net) ลดลงจาก 1.75% เหลือ 1.49% ส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 มีจำนวน 190,396 ล้านบาท หรือ 10.17% และเงินกองทุนรวมจำนวน 276,696 ล้านบาท หรือ 14.79% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามเกณฑ์ความเสี่ยง
นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต ผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารธนชาต กล่าวถึงผลการดำเนินงานของปี 2556 ว่ากำไรของกลุ่มธนชาตในปีนี้อยู่ที่ 17,004 ล้านบาท โดยเป็นกำไรในส่วนที่เป็นของบริษัทฯจำนวน 9,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,722 ล้านบาท หรือ 68% จากปีก่อน เนื่องจากในไตรมาส 2 ธนาคารธนชาตได้ดำเนินการขายหุ้นในบริษัทธนชาตประกันชีวิตให้กับ พรูเด็นเชียลประกันชีวิต รับรู้กำไรจากเงินลงทุน 12,281 ล้านบาท และกลุ่มธนชาตได้ดำเนินการตั้งสำรองเพิ่มเติม 5,380 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสียหายจากขาดทุนการขายรถยึดซึ่งเป็นผลกระทบจากอุปสงค์และอุปทานในตลาดรถมือสอง ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 15,385 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% จากปีก่อน
อย่างไรก็ดี แม้จะไม่รวมรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการขายบริษัทประกัน TLIFE กำไรสุทธิก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญมาจาก ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานปรับลดลง 1.92%เป็นผลมาจากความสำเร็จในการลดค่าใช้จ่ายได้ตามแผนที่วางไว้ ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 14% จากการขยายตัวของสินเชื่อในอัตรา 4.75% โดยเป็นการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อที่เติบโต 10.88% เงินฝากและตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 5.4% ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.55% จาก2.51 ในปี 2555 ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น 20.82% ตามการเติบโตของทุกธุรกิจภายใต้กลุ่มธนชาต
ในส่วนของหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญและขาดทุนจากการด้อยค่ามีจำนวน 6,130 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 111.38% จากปีก่อน จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพของกลุ่มธนชาตมีจำนวน 37,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,233 ล้านบาทหรือ 9.4% จากสิ้นปีก่อน จากสินเชื่อเช่าซื้อเป็นหลัก ทำให้สัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 4.49% จากสิ้นปี 2555 ที่มี 4.32% ทั้งนี้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งหมดต่อเอ็นพีแอล(Coverage Ratio) อยู่ที่ 82.61%และอัตราส่วนสำรองต่อสำรองตามเกณฑ์ธปท.อยู่ที่ 127.36%









