กำไรสุทธิปี56 ลดลง 3.6% คาดจะกลับมาเติบโต 17%ในปี 57
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
-กำไรสุทธิปี 56 ลดลง 4% หากไม่รวมผลกระทบจากการตั้งสำรองพิเศษจะมีกำไรปกติเพิ่มขึ้น 10%: ปี 56 มีกำไรสุทธิ 14,138 ล้านบาทลดลง 3.6% หากไม่รวมผลกระทบจากการตั้งสำรองพิเศษ 2,552 ล้านบาทในเดือนมิ.ย.56 จะมีกำไรปกติ 16,180 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10.3% กำไรสุทธิต่ำกว่าคาดเนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 48%YoY สูงกว่าคาด 14% ทั้งนี้ความสามารถในการทำกำไรปรับดีขึ้นจาก 1) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)ปรับดีขึ้นเป็น 4.37% จาก 4.33% ในปี 55 เนื่องจากต้นทุนการเงินลดลงและการปรับโครงสร้างหนี้ของสินเชื่อธุรกิจรายหนึ่งมูลค่า 523 ล้านบาท 2) รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโต 14% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริหารกองทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และกำไรจากกองทุนวายุภักษ์ที่ครบกำหนด 3) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ลดลงเหลือ 49% จาก 50.3%ในปี 55 ขณะที่เงินกองทุนตามเกณฑ์ BASEL III เท่ากับ 15.6% เงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) อยู่ที่ 11.1% ถือว่าแข็งแกร่ง
-สินเชื่อปี 56 เติบโต 13.6%YoY คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังไม่น่าห่วง : สินเชื่อปลายปี 56 เติบโต 13.6%YoY ดีกว่าเป้าที่ 12% โดยเร่งตัวขึ้นมากจากปลาย3Q56 ที่เติบโต 7.1% จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในช่วงปลายปี การเติบโตของสินเชื่อทั้งปีมาจากสินเชื่อรายย่อยเป็นหลักที่เติบโต 15% ส่วนสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 15% และสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเติบโต 9% ด้านคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังไม่น่าเป็นห่วง ทั้งนี้ สินเชื่อด้อยคุณภาพ(NPL)ปลายปี 56 เพิ่มขึ้น 23%YoY อย่างไรก็ดี สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นไม่มากนักสู่ 2.6% จาก 2.4% ในปี 55 เนื่องจากใน 4Q56 ได้ขายสินเชื่อ NPL ออกไป 1.9 พันล้านบาท ขณะที่การตั้งสำรองส่วนเกินทำให้สัดส่วนเงินสำรองต่อ NPL (Coverage Ratio) ลดลงไม่มากนักเหลือ 142% จาก 146% เมื่อปลายปี 55









