วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผวาการเมืองป่วน!รัฐประหารหุ้นรูดแตะ1,200

โบรกฯมองการลงทุนหุ้นไทยครึ่งหลังเดือนม.ค. ยังลุ้นระทึก คาดแกว่งในช่วง "ขาลง" ผวาการเมืองเดือด รัฐประหารหุ้นรูดแตะ 1,200 จุด ต่างชาติเผ่น

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ สำนักวิจัยทิสโก้ กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของเดือน ม.ค. ยังอยู่ในแดนลบมากกว่า แดนบวก เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ยังกดดันการลงทุนต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการเทขายหุ้นออกมา เพราะความไม่มั่นใจในการลงทุน

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติน่าจะมีการเทขายหุ้นออกมามากขึ้นจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมืองไทย ที่เริ่มมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้น โดยในช่วงตั้งแต่ต้นปี 2557 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ณ วันที่ 16 ม.ค. รวม 312.46 ล้านบาท

"เรามองว่าแนวโน้มตลาดหุ้นในตอนนี้น่าจะเป็นขาลงมากกว่า เพราะสถานการณ์การเมืองเริ่มมีการใช้ความรุนแรงเข้ามามากขึ้น ทำให้นักลงทุนเราไม่วางใจในสถานการณ์จึงเลือกที่จะชะลอการลงทุนแทน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ช่วงแรกมีการซื้อสุทธิเข้ามา ก็อาจเปลี่ยนเป็นการขายสุทธิออกไปแทน เพราะกังวลเรื่องการเมืองเช่นกัน

ส่วนดัชนีจะปรับลดลงจนแตะระดับต่ำสุดที่ 1,200 จุด หรือไม่นั้น ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากยังมีเหตุรุนแรงจนเกิดการปฎิวัติรัฐประหารก็อาจทำให้เกิดแรงขายจนดัชนีปรับลดลงไปแตะระดับดังกล่าวได้"นายอภิชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยจะมีแรงของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ประกอบกับการซื้อเก็งกำไรจากความคาดหวังเรื่องการปรับลดดอกเบี้ย ของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 22 ม.ค.นี้ด้วย ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ดัชนีปรับขึ้นได้ เมื่อผ่าน 2 เหตุการณ์นี้ไป หากการเมืองยังมีความรุนแรงก็จะทำให้ดัชนีปรับลดลงต่อเนื่องอีก

ทั้งนี้ มองว่า ในช่วงที่ดัชนีปรับลดลง เป็นช่วงที่นักลงทุนจะเริ่มซื้อเก็บสะสมหุ้นเข้าพอร์ตได้ โดยหุ้นที่ต้องหลีกเลี่ยงคือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะได้รับผลกระทบหาก ที่ประชุมกนง.ประกาศลดดอกเบี้ย โดยหุ้นที่แนะนำลงทุนได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อาทิ LH, SPALI กลุ่มเช่าซื้อ ได้แก่ ASK หุ้นกลุ่มปันผล ได้แก่ TICON, SPALI, SRICHA, ADVANC และ INTUCH เป็นต้น

โดยประเมินแนวรับในช่วงที่เหลือของเดือน ม.ค.ที่ 1,260 จุด และแนวต้านที่ 1,320 จุด

ด้านนายประกิต สิริวัฒนเกตุ สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น จึงแนะนำให้นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุน และต้องติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าสถานการณ์การจะมีความร้อนแรงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เชื่อว่าการเมืองไทยยังอยู่ในภาวะสุญญากาศต่อไปอีกนาน ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. หรือไม่ก็ตาม เนื่องจากยังไม่น่าจะสามารถสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติก็น่าจะมีการขายสุทธิออกมาต่อเนื่อง ขณะที่ภาพเทคนิคในระยะสั้น มองว่า ดัชนียังติดแนวต้านที่ระดับ 1,304 จุด และยังไม่น่าจะผ่านจุดดังกล่าวได้ง่ายๆ และดัชนียังไม่น่าจะต่ำกว่าระดับ 1,274 จุด

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำสะสมหุ้น High Dividend ได้แก่ DELTA, TICON, TTW,PYLON หุ้นที่ได้ปรัโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท ได้แก่ CPF, DELTA หุ้น High EPS Growth ได้แก่ INTUCH,DTAC เป็นต้น