หุ้นซีพีเอฟถูกโยนในกระดานซื้อขายรายใหญ่ 70 ล้านหุ้น ผ่านกระดานตปท. 42 ล้านหุ้น มูลค่า 1.19 พันล้าน กระดานหลัก 28 ล้านหุ้นมูลค่า 798 ล้าน
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่าวานนี้(16ม.ค.)พบว่าหุ้นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร(CPF) หรือ ซีพีเอฟ มีการทำรายการซื้อขายในกระดานรายใหญ่(Big Lot) จำนวน 70 ล้านหุ้น คิดเป็น 1% ของหุ้นทั้งหมด แบ่งเป็นการทำรายการในกระดานต่างประเทศ(CPF-F) จำนวน 42 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 28.50 บาท มูลค่า 1.19 ล้านบาท และกระดานหลัก 28 ล้านหุ้น ราคา 28.50 บาท มูลค่ารวม 798 ล้านบาท ขณะที่ราคากระดานหลักเฉลี่ยอยู่ที่ 29.37 บาทต่อหุ้น
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า รายการบิ๊กล็อตที่เกิดขึ้นนั้น บริษัทยังไม่ได้มีการตรวจสอบการทำรายการ เนื่องจากมีจำนวนไม่มาก
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง กล่าวว่า การทำรายการครั้งนี้ หากพิจารณาที่จำนวนที่เกิดรายการเพียง 1% ถือว่าไม่มีนัยสำคัญต่อบริษัท อาจจะเป็นการทำรายการของนักลงทุนรายใหญ่ จึงไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรต่อบริษัท
ทั้งนี้หากพิจารณาในแง่ปัจจัยพื้นฐานบริษัท บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ประเมินว่าในปี 2557 สถานการณ์โดยรวมจะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากปีก่อน ที่มีผลประกอบการที่อ่อนแอเคยขาดทุน 2 ไตรมาส แต่ปีนี้คาดว่าจะมีกำไรทุกไตรมาส
"ฝ่ายวิจัยได้แนะนำให้ซื้อหุ้นเมื่อราคาอ่อนตัว เพราะประเมินว่าในปีนี้ ผลประกอบการน่าจะฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ยังไม่ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งต้องใช้เวลา"นักวิเคราะห์กล่าว
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)กล่าวว่าการที่บริษัทย่อยในต่างประเทศ เสนอขายหุ้นกู้อนุพันธ์ลักษณะธุรกิจของซีพีเอฟ ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำประกอบด้วยพันธุ์สัตว์, อาหารสัตว์ และเนื้อสัตว์แปรรูป เพื่อการจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก
ทั้งนี้ บริษัทซีพี ฟู้ด โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของซีพีเอฟ เสนอขายหุ้นกู้อนุพันธ์ในวงเงิน 290.4 ล้านเหรียญอัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อปีกำหนดไถ่ถอนปี 2562 ผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวสามารถใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นซีพีออลล์(CPALL) ในราคา 53.30 บาท และขอไถ่ถอนหุ้นกู้จาก CPFH เมื่อครบ 2 ปี และถือหุ้นกู้จนครบกำหนด ในกรณี 2 และ 3 จะได้รับ ชำระเป็นเงินสด การเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าว ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทลดลงราว 300-400 ล้านบาทต่อปี และหากมีการแปลงสภาพเป็นหุ้นซีพีออลล์จะรับรู้กำไรจากการแปลงสภาพ
นักวิเคราะห์กล่าวว่า การเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าว เพื่อเป็นการปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัท และเป็นผลบวกต่อบริษัทคือลดภาระดอกเบี้ยจ่าย โดยไตรมาส 3ปี2556 ซีพีเอฟมีภาระหนี้ราว 1.7 แสนล้านบาท การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะได้เงินเข้ามาราว 1 หมื่นล้านบาท และหากมีการแปลงสภาพเกิดขึ้นจะทำให้มีกำไร จากการแปลงสภาพกลับเข้ามาในมูลค่าค่อนข้างสูง เนื่องจากต้นทุนการถือหุ้นซีพีออลล์ของซีพีเอฟ ต่ำกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก
ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่าจะเห็นผลบวกจากภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากเงินที่ได้มา อีกกรณีหนึ่งคาดว่าคงยังไม่เห็นการแปลงสภาพเร็วๆนี้ เพราะราคาปัจจุบันของซีพีอลล์ต่ำกว่าราคาแปลงสภาพค่อนข้างมาก









