วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

7องค์กรเอกชนหนุนเลือกตั้งคู่ขนานปฏิรูป

7องค์กรเอกชนหนุนเลือกตั้ง 2 ก.พ.คู่ขนานปฏิรูปประเทศ ฝ่าวิกฤติการเมือง ตั้งรัฐบาลเฉพาะการ พร้อมประกาศยุบสภาทันทีหลังปฏิรูปเสร็จ

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการเจรจาหาข้อสรุปการปฏิรูปประเทศของ 7 องค์กรภาคเอกชน ว่า นับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคาที่ผ่านมาได้มีการเจรจาระหว่าง 7 องค์ภาคเอกชน กับ กปปส. และรัฐบาล หลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้สรุปผลการเจรจาอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ โดยในเบื้อต้น กปปส. และรัฐบาล มีความเห็นในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ และหัวข้อต่างๆที่จะปฏิรูปประเทศ แต่ขัดแย้งในประเด็นสำคัญเรื่องการปฏิรูปก่อน หรือทำการปฏิรูปคู่ขนานไปกับการเลือกตั้ง

โดยฝ่ายรัฐบาลมองว่าควรจะปฏิรูปคู่ขนานไปกับการเลือกตั้ง เพราะหากปฏิรูปก่อนแล้วเลือกตั้ง จะทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ช้า เพราะการปฏิรูปต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี จะทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ช้าทำให้การบริหารราชการหยุดชะงัก ด้าน กปปส. ก็มองว่าหากปล่อยให้มีการเลือกตั้งและปฏิรูปพร้อมกัน ก็จะไม่มีการปฏิรูปการเลือกตั้ง จนทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และหากพรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาล ก็อาจจะตระบัดสัตย์ไม่ยอมปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จ หรือปฏิรูปให้ไปเป็นไปตามต้องการของรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว

ดังนั้น 7 องค์กรภาคเอกชน จึงมองว่าทั้ง 2 ฝ่ายควรจะถอยคนละก้าว โดยทางออกที่ดีที่สุด ควรจะให้มีการปฏิรูปและดำเนินการเลือกตั้งตามกำหนด 2 กุมภาพันธ์ไปพร้อมๆกัน โดยหลังจากการเลือกตั้งจะต้องเป็นรัฐบาลเฉพาะการต้องประกาศยุบสภาทันทีหลังการปฏิรูปประเทศแล้วเสร็จ ซึ่งหากเกรงว่าพรรคใดได้เป็นรัฐบาลแล้วจะไม่ปฏิรูปประเทศ ก็ควรหาวิธีในการผูกมัดพรรคการเมืองให้ทำตาม เช่น การทำสัญญาประชาคม การทำประชามติ หรือวิธีการอื่นๆที่ทุกฝ่ายเห็นด้วยในการผูกมัดให้ผู้ที่เข้ามาเป็นรัฐบาลทำตามสัญญา

ส่วนการปฏิรูปประเทศจะเดินหน้าควบคู่กันไปกับการเลือกตั้ง โดยรูปแบบที่ 7 องค์กรภาคเอกชนเห็นว่าองค์กรปฏิรูปฯนี้ควรจะมีสมาชิกที่สรรหามาจากวิชาชีพต่างๆรวมกัน 30-50 คน มาเป็นผู้ดำเนินการปฏิรูป แล้วตั้งกลุ่มต่างๆ อีกประมาณ 100 กลุ่ม เพื่อหารือให้ได้ข้อสรุปประเด็นปฏิรูปปลีกย่อยต่างๆ เช่นการคอรัปชั่น การเข้าสู่อำนาจรัฐ การกระจายรายได้ การจัดสรรทรัพยากร การเลือกตั้ง และการปฏิรูปการศึกษา เป็นต้น ซึ่งในแต่ละกลุ่มจะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะนำข้อสรุปเข้าสู่ที่ประชุมขององค์กรปฏิรูป และสรุปทำประชามติต่อไป ซึ่งมองว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะประชาชนเป็นผู้ออกเสียงลงประชามติเอง ไม่เปิดช่องให้พรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

องค์กรภาคเอกชนจะเร่งหารือกับคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล-นปช. และ กปปส.-ประชาธิปัตย์ ว่าเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งหากทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกัน ก็จะสามารถเริ่มปฏิรูปประเทศได้ทันที และเดินหน้าเลือกตั้งตามที่กำหนด ซึ่ง 7 องค์กรภาคเอกชน จะพยายามหาทางออกให้กับประเทศบนแนวทางของกฎหมาย ซึ่งหากข้อสรุปของฝ่ายการเมืองให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ก็จะต้องหารือร่วมกัน เพื่อให้ได้แนวทางที่ถูกต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป" นายเกรียงไกร กล่าว