"สมชัย บุญนำศิริ"ผู้พลิกฟื้นบลจ.กรุงไทย จากดินแทนสนธยา ผงาดเบอร์ 3 ธุรกิจจัดการกองทุน ก่อนส่งผ่านมืออาชีพบริหารต่อ หลังลุยงานมา 6 ปีเศษ
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา...
กับภารกิจฟื้นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) บลจ.ในเครือธนาคารกรุงไทย ซึ่งก่อนหน้าหลายฝ่ายมองว่า บลจ.แห่งนี้เป็นดินแดนสนธยา
สมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย ที่กำลังจะเกษียณในเดือนมี.ค.2557 ได้ฝากฝีไม้ลายมือไว้ เป็นที่น่าจดจำ กับภารกิจพลิกฟื้นบลจ.แห่งนี้ ซึ่งก่อนหน้าครองส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อันดับ 5-6 ในธุรกิจจัดการกองทุน ทั้ง 3 ปี นั่นคือ ธุรกิจจัดการกองทุน ธุรกิจจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล
มาถึงปีนี้... 2557 กับปีที่เขากำลังจะพ้นวาระเกษียณ ....บลจ.ที่เขาปลุกปั้นมาเป็นเวลา 6 ปีเศษ ขึ้นมาผงาด ติดหนึ่งใน 3 บลจ.ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในธุรกิจจัดการกองทุน!!!
"ตอนแรกที่เข้ารับตำแหน่งเอ็มดีบลจ.กรุงไทย ในสายตาคนข้างนอก มองเหมือนแดนสนธยา ทุกคนกลัว ผมอยากตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมา รองท่านหนึ่งบอกกับผมว่า ไม่ต้องตั้ง เพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยากมา...นี่คือด่านแรกของผม"
แต่สิ่งที่ "สมชัย"เห็นคือ ศักยภาพของธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้เขากล้าที่จะฟันฝ่าอุปสรรค เขาเริ่มต้นด้วยการหามืออาชีพเข้ามาบริหารงาน เพื่อพลิกฟื้นบลจ.แห่งนี้ขึ้นมาต่อกร กับบลจ.แห่งอื่น
เริ่มจาก หน่วยงานงาน หรือ Sale Agent เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจำหน่ายหน่วยลงทุน เพราะต้องยอมรับว่าในส่วนของ Back Office ในช่วงก่อนหน้ายังไม่มีความพร้อม
ขณะที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารพอร์ตการลงทุน ก็โชคดีที่สามารถดึงมืออาชีพที่บริหารพอร์ตกองทุนประกันสังคม อย่าง วีระ วุฒิคงศิริกูล เข้ามานั่ง รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันฝากฝีไม้ลายมือ การบริหารพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนสูง จนเป็นที่รู้จักของนักลงทุน
และสุดท้ายคือการปรับปรุงงานทะเบียนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งต้องยอมรับว่าในขณะนี้งานทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของบลจ.กรุงไทย เป็นที่ยอมรับของนักลงทุนสถาบัน
"ต้องบอกว่าผมเข้ามาทำงานในบลจ.กรุงไทย ผมเป็น Manager ผมเป็นผู้บริหารมากกว่า การเร่งขนาดบลจ.กรุงไทย"
มาถึงวันนี้...บลจ.กรุงไทยกำลังจะถึงจุดเปลี่ยน จุดเปลี่ยนผ่าน เอ็มดีคนใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหา และคาดว่า ก่อนที่ "สมชัย"จะเกษียณในเดือนมี.ค. เขาหวังว่า ผู้บริหารคนใหม่จะสามารถสานต่อภารกิจการเป็นบลจ.อันดับ 3 ของเมืองไทยให้เป็นที่ยอมรับของนักลงทุน
"ปล่อยให้ที่ 1 ที่ 2 เขาแข่งกันไป เราขอเป็นเบอร์ 3 ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีก็พอ"
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2546 บลจ.กรุงไทยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 5.5 แสนล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 4.31 แสนล้านบาท หรือประมาณ 27% จากเดิมกำหนดไว้ที่ 5.16 แสนล้านบาท
ส่วนแผนปี 2557 บลจ.กรุงไทยตั้งเป้ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการที่ 6.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เทียบปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นมาจากธุรกิจกองทุนรวม 3.1 หมื่นล้านบาท กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ,RIET และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท กองทุนส่วนบุคคล 6 พันล้านบาท และกองทุนรวมวายุภักษ์ 2 หมื่นล้านบาท









