วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

AAV - ซื้อ

ปัจจัยการเมือง-การแข่งขัน กระทบเอเชีย เอวิชั่นจำกัด

ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานใหม่ที่ 4.4 บาท (16xP/E’57) ราคาหุ้นปัจจุบัน (13xP/E’57) เริ่มถูก ขณะที่ผลประกอบการปี 2557-2558 ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการขยายฝูงบิน ส่วนปัจจัยการเมืองและการแข่งขันคาดว่าจะมีผลกระทบจำกัด

คาดปัจจัยการเมืองและการแข่งขันจะส่งผลกระทบจำกัด
หลังการพูดคุยกับผู้บริหารทางโทรศัพท์เมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) เราประเมินปัจจัยการเมืองและการแข่งขันจะมีผลกระทบจำกัดต่อผลประกอบการและเป็นแค่ระยะสั้น ด้วยปัจจัยสนับสนุน (I) อัตราการให้บริการ ประเมินโดย LOAD FACTOR ใน 4Q56 แม้ปรับลดลงมาที่ระดับ 80% เทียบกับ 83% ในช่วง 4Q55 แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากการรับมอบเครื่องบินใหม่เพิ่มถึง 3 ลำ เมื่อเทียบกับ 2 ลำในช่วง เดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณฝูงบินเพิ่มขึ้นเป็น 34 ลำ ณ สิ้นปี และผู้บริหารยังยืนยันการรับมอบเครื่องบินใหม่อีก 8 ลำในปี 2557 นี้

(II) ช่วง 4Q56 ยังสามารถเพิ่มเที่ยวบินอีกราว 15 เที่ยวบินตามแผน โดยกว่า 80% เป็นการเพิ่มความถี่ ส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารยังคงมีแนวโน้มเติบโต (III) ประเมินจากยอดจองตั๋วเดือนม.ค. ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 60% อยู่ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน

(IV) แม้มีลูกค้าจีนกว่า 20% ของรายได้รวมแต่ แต่มากกว่าครึ่งเป็นการสั่งจองทางอินเทอร์เน็ตที่ไม่ได้รับผลกระทบกฎหมายควบคุมทัวร์ศูนย์เหรียญของทางการจีนที่ออกมาในช่วงเดือนก.ย.2556 ขณะที่กลุ่มลูกค้าส่วนที่ผ่านเอเยนต์มีกลุ่มทัวร์ศูนย์เหรียญน้อย

(V) การเปิดดำเนินงานของไลอ้อนแอร์ช่วงปลายปี 2556 ที่เริ่มจากฝูงบิน 12 ลำ ขยายเป็น 22 ลำในปี 2558 ซึ่งคาดว่าปี 2557 จะมี 10 เส้นทางบิน โดย 6 เส้นทางบินจะซ้ำกับ AAV คาดจะส่งผลกระทบต่อการแย่งลูกค้าไม่มาก เนื่องจากการเพิ่มเที่ยวบินในกลุ่มที่เป็น Prime Location (อาทิ เชียงใหม่, หาดใหญ่, ภูเก็ต และกระบี่ เป็นต้น) ถูกจำกัดโดย Time Slot ที่ใกล้เต็ม ขณะที่ราคาตั๋วเฉลี่ย อาจได้รับผลกระทบเพียงระยะสั้นเนื่องจากไลอ้อนแอร์อาจลงเล่นสงครามราคาในช่วงเข้าตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ตราผลิตภัณฑ์ (Brand Awareness) เท่านั้น และคาดจะมีผลกระทบเฉพาะในบางเส้นทาง เราประมาณการกำไรสุทธิ 4Q56 ที่ระดับ 200 ล้านบาท (+26%QoQ, -60%YoY) จากสมมติฐานรายได้ที่ 6.1 พันล้านบาท (+10%QoQ, +9%YoY) และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 13.1% ดีขึ้นจาก 12.2% ใน 3Q56 ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ลดลงจาก 19.9% ใน 4Q55 จาก Load factor ที่แย่ลง

ปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2556 และ 2557 ลง 9%
เราได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 และ 2557 ลง 9% จากประมาณการเดิมมาที่ 1.02 และ 1.33 พันล้านบาทตามลำดับ จากการปรับลดสมมติฐานปริมาณผู้โดยสารลงราว 1% จากเดิม โดยคาดว่าผลประกอบการปี 2557 จะกลับมาเติบโตกว่า 31%YoY จากสมมติฐานปริมาณผู้โดยสารที่คาดว่าเติบโตเพียง 15% ที่ 12 ล้านคนเพิ่มจาก 10.4 ล้านคนในปี 2556 และค่อนข้างอนุรักษ์เมื่อเทียบกับ 20% ของเป้าหมายของผู้บริหาร เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเส้นทางบินที่จะเปิดใหม่ในปีนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันเครื่องบินต่อหน่วยเรายังคงสมมติฐานทรงตัว YoY โดยเราได้ปรับลดมูลค่าพื้นฐานลง 2% มาที่ 4.4 บาทอิงกับ Assigned P/E ที่ 16 เท่า ตามการปรับลดประมาณการผลประกอบการ

ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ซื้อ” ราคาหุ้นเริ่มถูก
อุตสาหกรรมการบินที่อยู่ในช่วงของการขยายตัวตามเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มเข้าสู่ AEC กอปรกับแผนการรับมอบเครื่องบินใหม่ของ AAV อีกราว 8 ลำในปี 2557 และ 6 ลำในปี 2558 รวมถึงแผนเปิดเส้นทางบินใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับฝูงบินที่เพิ่ม ยังคงสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการปี 2557-2558 แม้การแข่งขันจากสายการบินต้นทุนต่ำมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น

แต่ความได้เปรียบด้านตราผลิตภัณฑ์ และการประหยัดขนาดจากการเป็นผู้เล่นที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากสุด (ราว 53% ในปี 2556 ของปริมาณเที่ยวบินสายการบินต้นทุนต่ำในสนามบินดอนเมือง) และจากการเพิ่มฝูงบิน ยังช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน (13.2xP/E’57) เริ่มถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสายการบินในภูมิภาค (16.7xP/E’57) และมี Upside จากมูลค่าพื้นฐานกว่า 21% เหมาะสำหรับการลงทุนในช่วงสิบสองเดือนข้างหน้า จุดอ่อนของ AAV อยู่ที่ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในช่วงสองปีข้างหน้า (2557-2558) ทำให้การถือครองหุ้นในระยะยาวคาดหวังได้เพียง Capital Gain