วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต.มั่นใจโบรกฯเอาอยู่ม็อบปิดกรุง

ก.ล.ต.ตรวจฐานะการเงินโบรกฯ-บลจ.รับมือปิดกรุงเทพ 13 ม.ค. สั่งรายงานข้อมูลรายวัน มั่นใจเอาอยู่ แม้ตลาดหุ้น ร่วงแรง 5-15% ติดต่อกัน 5 วัน

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อซักซ้อมแผนการบริหารงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือบีซีพี เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค.นี้ มั่นใจว่าจะสามารถให้การบริการให้นักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ก.ล.ต.ยังได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมและผลกระทบต่อตลาดทุนไทยอย่างใกล้ชิด โดยให้โบรกเกอร์รายงานข้อมูลมามายังก.ล.ต.รายวัน ขณะเดียวกันก.ล.ต.ก็ได้มีการทดสอบภาวะวิกฤติ หรือ สเตรทเทสท์ (Stress test) ฐานะการเงินของบล. โดยตั้งสมมุติฐานกรณีดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลงรุนแรงตั้งแต่ 5% ติดต่อกัน 5 วัน จนถึงระดับรุนแรงสุด 15% ติดต่อกัน 5 วัน บล.จะรับมือได้หรือไม่ ซึ่งพบว่าฐานะการเงินของโบรกเกอร์แข็งแรงมาก สามารถรับมือได้

"ก.ล.ต.ได้ทำการทดสอบฐานะของโบรกเกอร์อยู่ตลอด ทำทุกวัน ครั้งล่าสุดที่ทดสอบคือวันที่ 3 ม.ค.โดยทำสมมุติฐานไว้หลายระดับ ซึ่งทุกระดับ ตั้งแต่ดัชนีปรับลดลง 5% ติดต่อกัน 5 วันเป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ฐานะของโบรกเกอร์ก็ยังรับได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจุบันโบรกเกอร์มีการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์(มาร์จิ้นโลน)น้อย ทั้งระบบมีเพียง 4 หมื่นล้านบาท ประกอบกับหลักทรัพย์ค้ำประกันยังเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดีน้อย ทำให้เกิดการบังคับขาย (ฟอร์ซเซล) น้อย"

นอกจากการตรวจสอบฐานะการเงินของบล.แล้ว ก. ล.ต.ยังตรวจสอบฐานะของบลจ.และโบรกเกอร์ทองด้วย ซึ่งก็พบว่ายังอยู่ในระดับปกติ สามารถที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ หรือความผันผวนของตลาดได้ ส่วนการไถ่ถอนกองทุนก็เป็นไปตามภาวะปกติ