วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

7องค์กรเอกชนประสานสิบทิศ กลัวศก.ถดถอย

7 องค์กรเอกชนประกาศพร้อมเดินหน้าประสานทุกภาคส่วนแก้วิกฤติประเทศไทย กลัวเศรษฐกิจถดถอย ย้ำไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงทุกรูปแบบ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากกรณีที่ กปปส.ประกาศที่จะปิดกรุงเทพมหานครในวันที่ 13 มกราคมนี้ 7 องค์กรภาคเอกชน ต้องการเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย และเห็นว่า สถานการณ์การเมืองที่จะพัฒนาไปอีกขั้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศให้ถดถอย จึงตัดสินใจที่จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้เข้ามาระดมความเห็นอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อยุติถึงทางออกของประเทศด้วยสันติดวิธี นั้น

ล่าสุดแต่ละองค์กรภาคเอกชน อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ เช่น ฝ่ายการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญ นักวิชาการเครือข่ายภาคสังคม และสภาพัฒนาชุมชุน เป็นต้น เพื่อให้เข้ามาร่วมให้ความคิดเห็นถึงทางออกของประเทศไทยว่า ควรจะมีอะไรบ้าง ซึ่ง 7 องค์กรภาคเอกชน จะพยายามดำเนินการโดยเร็วที่สุด ซึ่งหากได้รับการตอบรับก็จะดำเนินการจัดเวทีระดมความเห็นต่อไป คาดว่า จะเป็นช่วงปลายสัปดาห์นี้หรือภายในสัปดาห์หน้า

นายพยุงศักดิ์ ย้ำจุดยืน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถานบัน (กกร.) ต่อสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ว่า กกร.ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และอยากเห็นการแก้ไขความขัดแย้ง การหาทางออกจากวิกฤติทางการเมือง ด้วยสันติวิธีโดยเร็วที่สุดบนพื้นฐานของประโยชน์ของชาติตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

สำหรับความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 มกราคมที่จะถึงนี้ กกร. เกรงว่า จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต และเศษฐกิจของผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยหรือผู้ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ดั้งนั้น จึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทุกการดำเนินการให้คำนึงถึงผลกระทบข้างเคียงนี้ต่อประชาชนด้วย

ขณะนี้สถาบันต่าง ๆ ประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ไว้ ประมาณ 3-4% หากปัญหาการเมืองกระทบกับเศรษฐกิจ การขยายตัวทางเศรษฐกิจก็จะลดลง โดยการหดตัวลงทุก ๆ 1% จะส่งผลกระทบมูลค่าทางเศรษฐกิจลดลงคิดเป็นมูลค่า 120,000 ล้านบาท