รออ่อนตัว ซื้อเก็งกำไรบริเวณแนวรับ
Market Outlook
คาดดัชนีฯ รีบาวด์ทางเทคนิคแค่ช่วงสั้น แต่ยังมีโอกาสลงต่อ จากวิตก ปัจจัยการเมือง การลดขนาด QE และการถือเงินสดเพิ่มเพื่อรอไถ่ถอนหน่วยลงทุน LTF แนะนำ เล่นเก็งกำไรสั้น แนวต้าน 1250/1280 จุด
คาดดัชนีฯ วันนี้รีบาวด์ทางเทคนิคช่วงสั้น แนวต้าน 1250/1280 จุด หลังจากนี้ยังมีโอกาสลดลงต่อ จับตา การชุมนุมวันที่ 13 มกราคม ของกลุ่มกปปส และนปช. และเฟดอาจลดขนาดQE ต่อเนื่อง แนวรับแรกอยู่ที่ 1210/1,180 จุด แนวรับหลัก 1150 จุด เราคาดว่า แรงขายของกองทุนในประเทศ ยังคงมีต่อเนื่อง ขณะที่ต่างชาติ ส่งสัญญาณ กลับเข้ามาเก็ง
กำไร หรือซื้อลงทุนระยะยาว 2 ปี หากดัชนีฯ ลดลงอีก 5-7%
ภายใต้ทิศทางรีบาวด์ชั่วคราว เราคาดว่าจะมีแรงซื้อคืน Cover Short หุ้นลงแรงช่วง 2-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มหุ้นอิงนโยบายรัฐบาล และการใช้จ่ายในประเทศ (ธนาคารฯ อสังหาฯ รับเหมาฯ วัสดุฯ ที่ระดับราคาหุ้นลงมาตำกว่ามากเมีอเทียบกับมูลค่าพื้นฐาน เช่น STEC BBL ADVANC INTUCH) และหุ้นปันผลสูง เนื่องจากสถานะการณ์การเมืองคาดว่าจะไม่มีความรุนแรง จนกว่าวันจันทร์หน้า ซึ่งจะมีความชัดเจนว่า ผลกระทบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง จะมีมากหรือน้อยขนาดไหน จากการ Shut Down กรุงเทพฯ ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ คาดปรับลดลงต่อเนื่อง หลังจีนมีแนวโน้มรายงานเศรษฐกิจชะลอตัว สะท้อน 3Q56 GDP อาจเป็นระดับ Peak Out ไปแล้ว ทั้งนี้ เราชอบกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ประเภท Downstream (ปิโตรฯ ประเภทเอธิลีน) มากกว่า Upstream (น้ำมันดิบ) แนะนำ สะสม PTTGC
ปัจจัยบวกอื่นๆ คือ การกลับมาเริ่มซื้อของ Country Fund +61 ล้านดอลล์สหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาพระยะ1-3 เดือนข้างหน้า สะท้อนว่า ระดับราคาหุ้นไทยเริ่มเข้าสู่ระดับ Attractive Investment รอบใหม่ของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึง อาจมี Bargain Hunting จากกองทุนระยะสั้นต่างชาติ หลังราคาหุ้นไทยดิ่งลงแรงกว่าภูมิภาคในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. ที่ผ่านมา (อาจเกิด Cover Short ช่วยหนุนการดีดขึ้นระยะสั้นของดัชนีฯ) สำหรับนักลงทุนระยะสั้น เราแนะนำ แนะเก็งกำไร หุ้นใหญ่ พื้นฐานดีที่ลงแรง (INTUCH JAS BBL SCC STEC) เพื่อรอขายทำกำไร
บริเวณ 1,250/1,280 จุด









