วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดโผหุ้นเด็ดรับการเมืองร้อน LTFจ่อขาย

เปิดโผหุ้นเด็ดรับมือการเมืองร้อน บล.เออีซี มองแนวโน้มดัชนีผันผวน แต่มีโอกาสลุ้นทะยานแตะ 1,760 จุด หลังคลื่นลมสงบ

นายกอบเกียรติ บุญธีรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เออีซี หรือ AEC เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยประเมินเป้าดัชนีปีนี้ที่ 1,760 จุด โดยอิงจากสมมติฐาน คือ อัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 17.1% การขยายตัวของมูลค่าทางบัญชี 9% และต้นทุนความเสี่ยงผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ 12% เป้าดัชนีระดับนี้เทียบเท่ากับการซื้อขายที่ 15.2 เท่าของผลกำไร และ 2.45 เท่าของมูลค่าทางบัญชี พร้อมประเมินกรอบความเสี่ยงดัชนีมีจุดต่ำสุดที่ 1,320 จุด

ส่วนการเมือง มองว่า เป็นปัจจัยระยะสั้นที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน หากเลือกตั้งตามกำหนดในวันที่ 2 ก.พ.นี้ สถานการณ์จะคลี่คลายลง โดยประเด็นการเมืองยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด หากยืดเยื้อมากกว่าครึ่งปี ภาพรวมการลงทุนจะเปลี่ยนไป

แนะ3กลยุทธ์ลงทุนรับมือการเมืองป่วน

ทั้งนี้ แนะนำ 3 กลยุทธ์การลงทุนหลัก ได้แก่ 1.เลือกหุ้นที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น และเติบโตแบบยั่งยืน เช่น EA, AI , SIM, BEAUTY, TTCL , PS และ NOK โดยมีผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยของกลุ่ม 36%

2.หุ้น Turnaround ต้องมีคุณสมบัติดี 3 ประการ คือปีนี้ผลการดำเนินงานฟื้นตัว, Valuation น่าสนใจ และมี High beta เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน เช่น ANAN,SPALI,CPALL,TUF,IVL และ BANPU โดยมีผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยกลุ่มที่ 40%

3.หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดเออีซี ซึ่งบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มเป็น AEC Winner ต้องมี 3 คุณสมบัติ ได้แก่ ความสามารถการแข่งขัน , สร้างกระแสเงินสดสูง และมีความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดย 3 อุตสาหกรรมหลักที่ได้ประโยชน์โดยตรง คือ สินค้าเพื่อการบริโภค รับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง บริการการแพทย์และท่องเที่ยว

ขณะที่สื่อสารและบันเทิงได้รับประโยชน์ทางอ้อม โดยหุ้นที่แนะนำ คือ M,SIM,SCCC,CHG,JAS,NOK,TTCL มีผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยของกลุ่มที่ 33%

นอกจากนี้ กลุ่มให้น้ำหนักมากกว่าตลาด 4 กลุ่ม คือ ขนส่ง อาหาร แบงก์พาณิชย์ และอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกลุ่มที่ให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาดมี 3 กลุ่ม คือ ค้าปลีก โรงแรม และโรงพยาบาล และพบว่าหุ้นรายตัวที่น่าสนใจ คือ CHG,BH,CPALL,ERW คาดโดดเด่นกว่าอุตสาหกรรม

บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ มองแรงขายของกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนด 5 ปี จะกดดันตลาดหุ้นไทยเดือน ม.ค. คือ จากการตรวจสอบเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าในปี 2553 ราว 1.57 หมื่นล้านบาท จะครบกำหนด 5 ปีปฏิทินที่ขายออกได้ในปีนี้เป็นปีแรก อิงจากดัชนีโดยเฉลี่ยที่ปรับตัวขึ้น 72% ในช่วงเวลาข้างต้น จึงประเมินเม็ดเงินก้อนนี้จะโตขึ้นเป็น 2.7 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน และหากอ้างอิงจากฤดูกาลที่ LTF ไหลออกมากสุดไตรมาส 1 ของทุกปีเฉลี่ย 30-40% ของเม็ดเงินที่อาจขายได้ ประเมินแรงขายจาก LTF อยู่ที่ 8,000-10,000 ล้านบาท