บริษัทอสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์รุกทำธุรกิจต่างแดน ทั้งออสเตรเลีย อังกฤษ กัมพูชา จีน มาเลเซีย หลังยอดขายในประเทศทรุด ขณะราคาที่ดินพุ่ง
บรรดาบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับกลางของสิงคโปร์ พากันออกไปทำธุรกิจในต่างแดน โดยบริษัทเฮียบโฮ และออกซ์เลย์ โฮลดิงส์ ได้เดินตามรอยบริษัทแคปิตอลแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ในการออกไปทำธุรกิจในต่างแดน เนื่องจากบรรยากาศในสิงคโปร์นั้น ปรากฏว่ารัฐบาลล่าช้าในการรับมือราคาที่ดินที่สูงเป็นประวัติการณ์ อันทำให้ยอดขายบ้านไตรมาส 3 ลดลง 50%
ส่วนการที่รัฐบาลมีแผนจัดหาบ้านใหม่จำนวนมากในช่วงทศวรรษหน้า ก็ดึงให้ราคาลดลงเช่นกัน กระนั้น ราคาที่ดินกลับพุ่งขึ้น เพราะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติเข้าซื้อ เนื่องจากมองว่าการเมืองและเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ
นายเทีย โฮเบง หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเฮียบโฮ กล่าวว่าการหาที่ดินใหม่ ๆ ในสิงคโปร์เป็นเรื่องยากมาก เพราะมีการแข่งขันกันอย่างมาก บริษัทเฮียบโฮรุกต่างประเทศครั้งแรกด้วยการเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ 3 แห่งในออสเตรเลียในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา และในอนาคตอันใกล้นี้รายได้ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะมาจากนอกประเทศ
ด้านบริษัทออกซ์เลย์โฮลดิงส์ได้ซื้อที่ดินและลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษ กัมพูชา จีน และมาเลเซีย ส่วนบริษัทซิมเหลียนกรุ๊ป ได้เข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย
บริษัทสิงไฮยีกรุ๊ป ซึ่ง 98% ของรายได้มาจากธุรกิจในสิงคโปร์ ได้เข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ 2 แห่งในสหรัฐปีนี้ พร้อมแต่งตั้งนายนีล บุช น้องชายของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เป็นประธาน บริษัทหันเหจุดเน้นมาที่สิงคโปร์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว หลังจากฮ่องกงออกมาตรการชะลอความร้อนแรงของราคาอสังหาริมทรัพย์
ข้อมูลจากสำนักพัฒนาเมืองของสิงคโปร์ระบุว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 72 แห่งเข้าร่วมการประมูลที่ดินสำหรับพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย 9 ครั้งในปีนี้ โดยมีอย่างน้อย 8 รายที่มาจากต่างประเทศ ทำให้ปีนี้เป็นปีที่มีการแข่งขันมากที่สุดตั้งแต่ปี 2551 ในแง่ของจำนวนเฉลี่ยผู้ประมูลต่อการประมูลแต่ละครั้ง โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นชนะประมูลคู่แข่งจากต่างชาติในการประมูล 5 ครั้งจากทั้งหมด 9 ครั้ง ซึ่งเป็นสัดส่วนการชนะประมูลที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีเป็นอย่างน้อย
ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยของสำนักพัฒนาเมือง ขยับขึ้นสูงกว่า 30% ตั้งแต่ปลายปี 2552 และเพิ่มขึ้น 3.9% ในช่วงเดือนกรกฎาคม - กันยายน จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ยอดขายลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเหลือ 2,430 ยูนิต หลังจากเมื่อเดือนมิถุนายน.รัฐบาลสกัดการปล่อยกู้เพื่อการเคหะส่วนบุคคล ตัวเลขดังกล่าวเทียบกับ 4,538 ยูนิตเมื่อเดือนเม.ย.-มิ.ย. และ 5,916 ยูนิตเมื่อปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ราคาที่ดินในประเทศแห่งนี้ซึ่งมีขนาดเล็กกว่านครนิวยอร์กกลับสูงขึ้น โดยราคาที่ดินในสิงคโปร์สูงขึ้นกว่า 20% ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา และรัฐบาลก็คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 8% ภายในปี 2573 เพื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ









