การเข้า ซื้อเก็งกำไร ที่แนวรับลุ้น Rebound ต้องมีวินัยกับ Cut Loss ที่ 1,295 จุดด้วย
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ เรามองว่าความเป็นไปได้ที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.พ.2557 จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ SET ในช่วงที่เหลือของ ธ.ค.2556 โดยในเบื้องต้นเรายังคงแนะนำให้จับตาผลการประชุมใหญ่พรรค ปชป. ในวันนี้ (17 ธ.ค.2556) ซึ่งถ้าผลออกมาคือ ปชป. ประกาศไม่ลงเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 จะส่งผลให้ SET มีโอกาสพักตัวลงต่ำกว่า 1,300 จุดใน ธ.ค.2556 ในทางตรงกันข้ามถ้า ปชป. ตัดสินใจลงเลือกตั้ง จะส่งผลให้ต่างชาติชะลอการขาย และ SET กลับมาแกว่งตัวขึ้นไปที่ 1,380-1,400 จุดอีกครั้งตามกระแส “Pre-Election Rally” เนื่องจากถ้าพิจารณาจากสถิติการเลือกตั้ง 4 ครั้งหลังสุด (ปี 2544, 2548, 2550 และ 2554) พบว่าโดยเฉลี่ย SET จะปรับขึ้น 2.4% และ 2.5% ก่อนการเลือกตั้ง 1 เดือน และ 1 สัปดาห์ ขณะที่หลังการเลือกตั้ง 1 เดือน SET จะปรับขึ้น 4.4%
- เราประเมินว่าถ้าประเด็นการเลือกตั้งมีความชัดเจนขึ้น ตลาดหุ้นไทยพร้อมที่จะกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง โดยที่หุ้นในกลุ่ม Domestic Play ที่ถูกต่างชาติขายออกมาอย่างหนักหลังยุบสภาอย่างสื่อสาร, วัสดุก่อสร้าง, อสังหาฯ, ค้าปลีก และอาหาร รวมทั้งธนาคาร ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ตามสถิติ 1 เดือนก่อน และหลังการเลือกตั้ง 4 ครั้งหลังสุดโดยเฉลี่ยจะปรับตัวขึ้นแรงกว่า SET และล่าสุดมี Market Cap รวมกัน 56% ของ SET รวม จะกลับมาปรับตัวขึ้นเป็นตัวนำตลาดอีกครั้ง ขณะที่หุ้นในกลุ่ม Global Play อย่างพลังงาน และปิโตรเคมีที่ตั้งแต่ 9 ธ.ค.2556 ต่างชาติซื้อมาตลอด และมีสถิติช่วงก่อน และหลังเลือกตั้งไม่ดีจะเริ่มถูกแรงขาย และลดบทบาทลง
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ตราบใดที่ SET ยังปิดเหนือ 1,380 จุดไม่ได้ เน้น “ซื้อเก็งกำไร” ที่แนวรับ 1,330 และ 1,300 จุด เน้นหุ้น PTTEP, PTTGC, BANPU, SVI, KCE, TUF และ CPF ร่วมกับหุ้น THCOM และ VGI ที่ถูกปรับเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ตามคาด โดยจะมี 1,295 จุดเป็นจุด Cut Loss กรณี ปชป.ประกาศไม่ลงเลือกตั้ง ขณะที่ลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ยังให้ “คงสัดส่วนการถือหุ้น” ที่ 75%









