แนะ กนง.ลดดอกเบี้ย 0.75-1% เชื่อการเมืองป่วนถึงปีหน้าฉุดเศรษฐกิจทรุด
ท่ามกลางปัญหาการเมืองในประเทศที่คุกรุ่นและส่อเค้าทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สวนทางกับเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัว น่าคิดว่าเศรษฐกิจไทยและทิศทางดอกเบี้ยในปี 2557 จะเป็นอย่างไร
รายการ Ringsinde สังเวียนหุ้น "กรุงเทพธุรกิจทีวี" มีคำตอบจากนักวิชาการและศูนย์วิจัยกสิกรไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำไปใช้ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ กับข้อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ย 0.75-1% พร้อมประเมินการเมืองป่วนส่อเค้าลากยาวถึงปีหน้า หวั่นเกิดสงครามกลางเมือง
ลดดอกเบี้ยพยุง ศก.จากพิษการเมือง
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของโลกในปี 2557 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศชั้นนำของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น มีแนวโน้มฟื้นตัว ประกอบกับการปรับลดขนาดคิวอี (มาตรการควบคุมเชิงปริมาณ) ของสหรัฐ เชื่อว่าจะส่งผลให้ดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยของไทย นายอนุสรณ์ มองว่า กนง.ควรประกาศลดดอกเบี้ยในระดับ 0.75-1% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในกรณีที่สถานการณ์การเมืองยังไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเชื่อว่าในปี 2557 เศรษฐกิจไทยน่าจะชะลอตัวลงอีกจากผลกระทบทางการเมือง
"ที่เสนอว่า กนง.ควรลดดอกเบี้ย เพราะเชื่อว่าจากวิกฤติการเมืองที่เป็นอยู่ในตอนนี้ไม่น่าจะคลี่คลายได้ง่ายๆ การชุมนุมน่าจะยืดเยื้อ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว นโยบายการคลังเดินหน้าได้ช้า หากลดดอกเบี้ยก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีการลดดอกเบี้ยเลย หรือลดในระดับที่ต่ำมาก ก็จะเท่ากับซ้ำเติมเศรษฐกิจให้แย่ลงไปอีก เพราะการลดภาษีจะช่วยได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น" นายอนุสรณ์ ระบุ
ทั้งนี้ เขามองว่าการปรับลดหรือไม่ปรับลดดอกเบี้ย ผลต่างของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อาจจะแตกต่างไม่ถึง 0.5% แต่จะช่วยลดผลกระทบภาพรวมของเศรษฐกิจได้ โดยประเมินว่าในปี 2557 จีดีพีจะเติบโตในระดับ 3-4% เท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากเชื่อว่าวิกฤติการเมืองในขณะนี้น่าจะยืดเยื้อ ไร้ข้อสรุป และสุดท้ายอาจบานปลายถึงขั้นเกิดการนองเลือดและสงครามกลางเมืองเช่นปี 2553 ได้ ซึ่งหากเกิดวิกฤติเช่นนั้นอีกครั้ง จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยให้ชะลอตัวยาวนานถึง 10 ปี
แนะเจรจาหาทางออกการเมือง
"การจัดการเรื่องปัญหาการเมืองในตอนนี้ ต้องจัดการให้ดี ต้องเจรจา ต้องยึดหลักประชาธิปไตยเป็นสำคัญ หากปล่อยให้เกิดสงครามกลางเมือง เกิดการนองเลือดเหมือนที่ผ่านมา ก็เป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจประเทศจะถดถอยไปอีก 10 ปี อย่างที่เรารู้กันดีว่าทัศนคติทางการเมืองของคนไทยในตอนนี้มีแต่ความเกลียดชังกัน แถมยังดึงสถาบันเข้ามาในความเกลียดชังครั้งนี้ด้วย วิกฤติครั้งนี้คงไม่มีฝ่ายไหนชนะ และที่บาดเจ็บที่สุดคือประเทศ ทางที่ดีคือต้องเจรจาเพื่อให้ปัญหายุติ ไม่ให้ยืดเยื้อ" นายอนุสรณ์ กล่าว
ส่วนภาพรวมสินเชื่อในปี 2557 คาดว่าจะเติบโตได้ในระดับ 10% ใกล้เคียงกับปีนี้ โดยการขยายตัวของสินเชื่อจะไม่สูงมาก เนื่องจากเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนได้ไม่เต็มที่ ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อของธนาคารภาครัฐจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับทิศทางของหนี้ครัวเรือนที่น่าจะปรับขึ้นเช่นกัน โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีอยู่ที่ระดับประมาณ 70% ถือว่ายังไม่น่าวิตกมาก และเห็นว่ารัฐบาลควรเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น หากสินเชื่อดังกล่าวเป็นไปเพื่อสร้างรายได้ในอนาคตให้กับประชาชน
นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจจุลภาค 1 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หากเศรษฐกิจปี 2557 โตได้ระดับ 4-5% ตามที่ภาครัฐคาดการณ์ ประเมินว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อน่าจะอยู่ระดับประมาณ 10.5% ใกล้เคียงกับปีนี้ที่น่าจะขยายตัวในระดับประมาณ 10% ลดลงจากต้นปี 2556 ที่ประเมินว่าน่าจะขยายตัวประมาณ 11%
อย่างไรก็ตาม หากจีดีพีปี 2557 ขยายตัวได้ต่ำกว่า 4% ประเมินว่าการเติบโตของสินเชื่อจะอยู่ระดับประมาณ 8% และในกรณีเลวร้ายหากเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 3% ประเมินว่าสินเชื่อน่าจะเติบโตในระดับประมาณ 5% เท่านั้น
ส่วนหนี้ครัวเรือนในระดับ 70% ของจีดีพี ถือว่าเพิ่มขึ้นสูงมาก เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของหนี้ครัวเรือนในอดีต แต่จากนี้ไปประเมินว่าหนี้ควรเรือนจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเริ่มชะลอตัว
หวั่นชุมนุมยืดเยื้อ ไทยถูกหั่นเรทติ้ง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินด้วยว่า หากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับในปี 2557 ทิศทางเศรษฐกิจโลกน่าจะฟื้นตัว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการส่งออกของประเทศให้ดีขึ้น ก็เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวประมาณ 4-5% ได้ แต่ในกรณีเลวร้าย การชุมนุมยืดเยื้อจนถึงขั้นทำให้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับลดระดับเครดิต (เรทติ้ง) ของประเทศ จะส่งผลให้เศรษฐกิจปี 2557 ขยายตัวใกล้เคียงปีนี้ที่ประมาณ 3% เท่านั้น
"ปีหน้าเศรษฐกิจโลกน่าจะปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การส่งออกของไทยฟื้นตัวขึ้นด้วย ก็จะทำให้จีดีพีปีหน้าขยายตัวดีขึ้นได้กว่าปีนี้ ไปแตะระดับประมาณ 4-5% แต่หากการเมืองยังยืดเยื้อจนถูกหั่นเครดิตประเทศ เศรษฐกิจปีหน้าก็น่าจะขยายตัวได้แค่ 3% หรืออาจน้อยกว่านั้น" นางสาวเกวลิน ระบุ
ลดดอกเบี้ยยาก-เฟดจ่อลดคิวอี
ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในปี 2557 ประเมินว่า ถ้าสถานการณ์การเมืองยังยืดเยื้อ กนง.น่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยประมาณ 0.25% เพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ซึ่งการลดดอกเบี้ยอาจไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก แต่จะช่วยลดภาระหนี้ครัวเรือนของประชาชนได้ แต่ถ้าสถานการณ์การเมืองสามารถจบลงได้ในปีนี้ ก็เชื่อว่าในปีหน้า กนง.ไม่น่าจะมีการลดดอกเบี้ย หากไม่มีวิกฤติแรงๆ เข้ามากระทบ
"เรามองว่าหากไม่มีสถานการณ์รุนแรงใดๆ โอกาสที่ กนง.จะลดดอกเบี้ยในปีหน้าน่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะมีการคาดการณ์ว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FOMC จะมีการลดขนาดมาตรการคิวอี ซึ่งตลาดประเมินว่าอาจจะมีการประกาศลดขนาดคิวอีในการประชุม FOMC ในวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ หรืออาจจะมีการประกาศเริ่มลดคิวอีตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุน สภาพคล่องเริ่มตรึงตัว ทำให้ กนง.ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ หรือหากลดก็ทำได้ไม่เยอะ" ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจจุลภาค 1 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าว









